ลำปาง - ด้อมส้มยังคาใจ..เข้ายื่น กกต.ลำปางขอรับฟังคำชี้แจงกรณีพบบัตรเสียในเขต 2 และเขต 4 กว่า 7 พันใบ กระทั่งพรรคกล้าธรรมชนะการเลือกตั้ง ด้าน ผอ.กกต.เผยหากต้องการตรวจสอบก็ต้องไปยื่นที่ กกต.กลาง-พื้นที่ไม่มีอำนาจ-จะนับใหม่ก็พ้นเวลาแล้ว ระบุบัตรเสียที่พบส่วนใหญ่กาช่องหมายเลข-ช่องไม่มีผู้สมัคร และสถิติย้อนหลัง 3 ครั้งก็ไม่ต่างกัน
วันนี้ (10 ก.พ. 69) ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน จำนวน 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ น.ส.ปิยวดี ทวีกิจจินดา หรือไวท์ ซึ่งเป็นทีมงานของพรรคประชาชนลำปาง และเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตวัฒนธรรมไทย จังหวัดลำปาง เมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา และ นายอรรถเทพ สมัครธัญกิจ ชาวอำเภอเมาะและผู้ที่ยังข้องใจเกี่ยวกับการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งพบมีบัตรเสีย 6-7 พันกว่าใบ ถือกระดาษข้อความว่า “นับใหม่” เข้าพบ ผอ.กกต.จังหวัดลำปาง เพื่อขอตรวจสอบถึงสาเหตุของบัตรเสีย และหากเป็นไปได้ก็อยากให้มีการนับคะแนนใหม่
น.ส.ปิยวดีกล่าวว่า ที่ประชาชนข้องใจคืออยากทราบว่าบัตรเสียกว่า 7 พันใบ เสียแบบไหน อย่างไร อยากให้เปิดเผยเรื่องนี้ และสาเหตุที่บัตรเสียเกิดจากเจ้าหน้าที่ที่นับคะแนนหรือเกิดจากผู้มาใช้สิทธิ (คนกา) ทำเสียกันแน่ เพื่อให้ประชาชนหายสงสัย
เช่นเดียวกันกับนายอรรถเทพ และผู้ที่เดินทางมาร่วมด้วยที่บอกว่า อยากให้ตรวจสอบเฉพาะบัตรที่เสีย เพราะอยากทราบที่ว่าบัตรเสียคือเสียอย่างไร ทั้งนี้จากที่ตนตระเวนตรวจสอบคูหาเลือกตั้งในพื้นที่หลังปิดหีบบัตร และเป็นช่วงนับคะแนนจะเห็นว่าประชาชนให้ความสนใจไปเฝ้าดูการนับคะแนนน้อยมากซึ่งก็เห็นว่าจุดนี้เป็นช่องโหว่หากจะทุจริตก็สามารถทำได้เช่นกัน จึงอยากเสนอให้การเลือกตั้งจัดทำให้ทันสมัยมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้วิธีกากบาท แต่อาจจะใช้วิธีกดหมายเลขและแสดงผลในฐานข้อมูลได้ทันทีเพื่อป้องกันการทุจริต
ด้านนายทองเนตร ดูใจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จากที่มีตัวแทนของพรรคการเมืองเข้ามายื่นเพื่อขอหารือและขอคำชี้แนะเพราะสงสัยเรื่องบัตรเสียของเขต 2 และเขต 4 นั้น จริงๆ คือไม่ได้มายื่นอะไร แต่ต้องการมาฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับสาเหตุของบัตรเสียเท่านั้น
ส่วนการขอนับคะแนนใหม่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กกต.จังหวัด แต่สามารถส่งหลักฐานพร้อมยื่นขอนับคะแนนใหม่ต่อ กกต.ส่วนกลางได้ ซึ่ง กกต.กลางจะเป็นผู้วินิจฉัย
“สาเหตุของบัตรเสียนั้น จากที่ จนท.กกต.เข้าตรวจสอบและสังเกตการณ์การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งพบว่าส่วนใหญ่ผู้มีสิทธิจะกากบาททับที่ตรงหมายเลข ไม่ได้กากบาทตรงช่องที่ให้ทำเครื่องหมาย และกากบาทตรงช่องที่ไม่มีผู้สมัคร”
ซึ่งตรงจุดนี้ประชาชนสบายใจได้ว่า กรณีบัตรเสีย เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะต้องบอกได้ว่าบัตรเสียเพราะอะไร ซึ่งจะต้องสลักหลังบัตรว่าบัตรเสียเพราะอะไร ครั้งต่อไปคงต้องวิเคราะห์บัตรเสียและจะได้รณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป
ส่วนการขอนับคะแนนใหม่ ขณะนี้ กกต.จังหวัดลำปางได้นับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและเลยขั้นตอนไปแล้วเพราะหากจะขอนับคะแนนใหม่ต้องขอระหว่างการนับคะแนน แต่ก็สามารถยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานไปยัง กกต.ส่วนกลางได้ ซึ่งหลักฐาน ณ ตอนนี้ก็ไม่มี เพราะการจะยื่นขอนับคะแนนใหม่ได้ต้องมีการยื่นคัดค้านตอนนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งว่าหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนผิดพลาดอย่างไร
“หากจะใช้แค่ความสงสัยจากจำนวนบัตรเสียจำนวนมากแล้วขอนับคะแนนใหม่นั้น ถ้าย้อนไปดูการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่อนาคต กกต.ก็จะต้องดูสาเหตุแล้วรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดบัตรเสียจำนวนมากอีก”
สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง อย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง 4 เขตนั้น
เขตเลือกตั้งที่ 1 นางทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน ได้ 44,799 คะแนน บัตรเสีย 4,381 ไม่เลือกผู้ใด 8,368
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายดาชัย เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม ได้ 35,029 คะแนน บัตรเสีย 7,364 ไม่เลือกผู้ใด 5,150
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายชลธานี เชื้อน้อย พรคคประชาน ได้ 40,811 คะแนน บัตรเสีย 4,161 ไม่เลือกผู้ใด 6,599
เขตเลือกตั้งที่ 4 นางสาวเพ็ญพักต์ รัตนคำฟู พรรคกล้าธรรม ได้ 37,875 คะแนน บัตรเสีย 6,329 ไม่เลือกผู้ใด 4,468
เมื่อตรวจสอบย้อนหลัง 3 ครั้งของการเลือกตั้ง ส.ส. พบว่ามีบัตรเสียอยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่ง กกต.ควรใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตรวจสอบดูว่าบัตรเสียจำนวนมากเกิดจากสาเหตุใด และควรต้องรณรงค์ทำความเข้าใจประชาชนในจุดที่เกิดปัญหา เพื่อลดปัญหาบัตรเสียดังกล่าว
เขตเลือกตั้งที่ 1 ปี 2562 บัตรเสีย 6,445 ปี 2566 บัตรเสีย 4,437 ปี 2569 บัตรเสีย 4,381
เขตเลือกตั้งที่ 2 ปี 2562 บัตรเสีย 7,406 ปี2566 บัตรเสีย 7,339 ปี 2569 บัตรเสีย 7,364
เขตเลือกตั้งที่ 3 ปี 2562 บัตรเสีย 7,796 ปี2566 บัตรเสีย 5,579 ปี 2569 บัตรเสีย 4,161
เขตเลือกตั้งที่ 4 ปี 2562 บัตรเสีย 8,466 ปี 2566 บัตรเสีย 6,763 ปี 2569 บัตรเสีย 6,329


