บุรีรัมย์ - เปิดผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ทั้ง 10 เขตอย่างไม่เป็นทางการ “ภูมิใจไทย” กวาดยกจังหวัดได้ 10 คนตามเป้า เผยว่าที่ ส.ส.หน้าใหม่ Gen Z 2 คน คือ “น้องพลอย” วัย 25 ปี หลาน “เนวิน” ทายาทบ้านใหญ่ “ชิดชอบ” และ “ชนกันต์” ลูกชาย “รังสิกร ทิมาตฤกะ” อดีต ส.ส.หลายสมัย ตบเท้าเข้าสภาฯ ครั้งแรก ขณะอดีต ส.ส.บุรีรัมย์จากเพื่อไทย-มือกลองวงไอน้ำ และอดีตนายอำเภอ ล้วนสอบตก
วันนี้ (9 ก.พ. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป และการลงประชามติ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง จำนวน 2,718 หน่วยเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผลคะแนนลำดับที่ 1-3 ในแต่ละเขตเลือกตั้ง มีดังนี้
เขตเลือกตั้งที่ 1 อันดับ 1 นายสนอง เทพอักษรณรงค์ หมายเลข 5 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ 53,235 คะแนน, อันดับ 2 นายธนายุทธ ยืนยั่ง หมายเลข 3 พรรคประชาชน ได้ 11,436 คะแนน และอันดับ 3 นายพีรภัทร ทองธีรสกุล พรรคเพื่อไทย หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย ได้ 2,889 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 2 อันดับ 1 นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร หรือ “น้องพลอย” อายุ 25 ปี หมายเลข 5 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหลานสาว นายเนวิน ชิดชอบ ได้ 54,410 คะแนน, อันดับ 2 นายวิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ หมายเลข 2 พรรคประชาชน ได้ 13,625 คะแนน และอันดับ 3 นายปรัญชญา ตรีกาญจนา หมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย ได้ 3,701 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 3 อันดับ 1 นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา หมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ 51,914 คะแนน, อันดับ 2 นายณัฐพงศ์ เรืองชาย หมายเลข 6 พรรคประชาชน ได้ 7,391 คะแนน และอันดับ 3 นายทรงพล ทะรารัมย์ หมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย ได้ 2,588 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 4 อันดับ 1 นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ลูกชาย นายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต ส.ส.หลายสมัย ได้ 49,024 คะแนน, อันดับ 2 นายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล หมายเลข 2 พรรคประชาชน ได้ 11,225 คะแนน และอันดับ 3 นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร หมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย ได้ 3,520 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 5 อันดับ 1 นายโสภณ ซารัมย์ หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย ได้ 50,853 คะแนน, อันดับ 2 นายธนากร สัมมาสาโก หมายเลข 4 พรรคประชาชน ได้ 10,178 คะแนน และอันดับ 3 นายให่ม สุขะเดชะ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 7,429 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 6 อันดับ 1 นายศักดิ์ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 4 พรรคภูมิใจไทย หลานชาย นายโสภณ ซารัมย์ ได้ 47,010 คะแนน, อันดับ 2 นายนันทภพ ทองนุ่น หมายเลข 2 พรรคประชาชน ได้ 8,372 คะแนน และอันดับ 3 นายประยูร เพ็งจันทร์ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 4,760 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 7 อันดับ 1 นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน หมายเลข 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ 42,445 คะแนน,อันดับ 2 นายพรรณธนู วรรกางซ้าย หมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย ได้ 12,811 คะแนน และอันดับ 3 นายณัฏฐชัย สวัสดี หมายเลข 1 พรรคประชาชน ได้ 8,169 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 8 อันดับ 1 นายไตรเทพ งามกมล หมายเลข 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ 49,860 คะแนน,อันดับ 2 นายเพชร สุพพัตกุล หมายเลข 1 พรรคประชาชน ได้ 14,410 คะแนน และอันดับ 3 นายวินัย จีนโน หมายเลข 7 พรรคเพื่อไทย ได้ 4,396 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 9 อันดับ 1 นายรุ่งโรจน์ ทองศรี หมายเลข 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ 50,073 คะแนน, อันดับ 2 นายเสกสรร สุริยา หมายเลข 4 พรรคประชาชน ได้ 5,665 คะแนน และอันดับ 3 นายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ หมายเลข 6 พรรคเพื่อไทย ได้ 3,463 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 10 อันดับ 1 นายจักรกฤษณ์ ทองศรี หมายเลข 2 พรรคภูมิใจไทย ได้ 47,751 คะแนน, อันดับ 2 นายณัฐพงศ์ แสนโคตร หมายเลข 7 พรรคประชาชน ได้ 6,224 คะแนน และอันดับ 3 นายจำรัส เวียงสงค์ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้ 3,664 คะแนน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขต อย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทย สามารถกวาด ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 คน ได้ยกจังหวัดทั้งหมดตามเป้าที่ตั้งไว้ ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ซึ่งเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ Gen Z (Generation Z) จำนวน 2 คน เป็นทายาทนักการเมือง ได้เข้าสภาอันทรงเกียรติเป็นครั้งแรก คือ นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร หรือ “น้องพลอย” อายุ 25 ปี เป็นบุตรสาวของ นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด
และ นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หรือ “น้องภูมิ” อายุ 29 ปี บุตรชายนายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ที่คราวนี้ลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยอย่าง นายจำรัส เวียงสงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ การเลือกตั้งคราวนี้สอบตกทั้งหมด รวมถึงนายใหม่ สุขะเดชะ มือกลองวงไอน้ำ จากพรรคเพื่อไทย และนายเพชร สุพพัตกุล อดีตนายอำเภอ จากพรรคประชาชน ก็สอบตกด้วย
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ทั้ง 10 เขตครั้งนี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนจะมีคะแนนอยู่ในลำดับ 2 และ 3 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาว ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญกในการเลือกตั้งครั้งนี้


