ลำปาง - เลือกตั้ง 69 ปิดตำนาน 2 ตระกูลใหญ่ลำปางกอดคอสูญพันธุ์ หลังผลการนับคะแนน “ส้มกับเขียว” คว้าชัยคนละครึ่ง ท่ามกลางกระแสด้อมส้มคาใจเปิดประเด็นรณรงค์ขอนับคะแนนเขต 2 ใหม่ หลังพบบัตรเสียกว่า 7 พันใบและส้มทิ้งห่างกล้าธรรมเพียงสองพันกว่าคะแนน
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง 8 ก.พ. 69 อย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง 4 เขต พบว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 นางทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน ได้ 44,799 คะแนน บัตรเสีย 4,381 ไม่เลือกผู้ใด 8,368
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายดาชัย เอกปฐพี พรรคกล้าธรรม ได้ 35,029 คะแนน บัตรเสีย 7,364 ไม่เลือกผู้ใด 5,150 เขตเลือกตั้งที่ 3 นายชลธานี เชื้อน้อย พรรคประชาชน ได้ 40,811 คะแนน บัตรเสีย 4,161 ไม่เลือกผู้ใด 6,599
เขตเลือกตั้งที่ 4 นางสาวเพ็ญพักต์ รัตนคำฟู พรรคประชาชน ได้ 37,875 คะแนน บัตรเสีย 6,329 ไม่เลือกผู้ใด 4,468
ขณะที่บ้านใหญ่ตระกูลโล่ห์สุนทร และ ตระกูลจันทรสุรินทร์ ในนามพรรคเพื่อไทย จากที่เคยครองพื้นที่ลำปางทั้ง 4 เขตมายาวนาน โดยแบ่งกันคนละ 2 เขต คือ ตระกูลโล่ห์สุนทร ครองเขต 1-2 ตระกูลจันทรสุรินทร์ ครองเขต 3-4 นั้น
ในการเลือกตั้ง 2566 ตระกูลจันทรสุรินทร์ สูญพันธุ์ โดยเขต 3 พรรคก้าวไกล นายชลธานี เชื้อน้อย เอาชนะ นายจรัสฤทธิ จันทร์สุรินทร์ แชมป์เก่า แบบขาดลอย ส่วนเขต 4 นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโสสถ จากพรรคก้าวไกล ชนะนายพินิจ จันทร์สุรินทร์ อดีต ส.ส.หลายสมัยแบบขาดลอยเช่นกัน
ส่วนตระกูลโล่ห์สุนทร เขต 1 พรรคก้าวไกล คือนางทิพา ปวีณาเสถียร ชนะนายกิตติกร โล่ห์สุนทร แบบขาดลอย สส่วนเขต2 พรรคเพื่อไทยยังยื้อเก้าอี้ไว้ได้เพียง 1 ที่นั่ง
แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ 2569 พรรคประชาชน อดีต ส.ส.คนเดิม ยึดไป 2 เขต จากเดิมปี 2566 ได้ 3 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้เขต 4 อดีต ส.ส.ย้ายพรรคไปอยู่เพื่อไทย ทำให้ผู้สมัครคนใหม่สอบตก และอดีต ส.ส.ก็สอบตกเช่นกัน
ขณะที่พรรคกล้าธรรม เบียดเข้ามายึดพื้นที่ไป 2 เขต เรียกว่าแบ่งคนละครึ่งแบบเบ็ดเสร็จระหว่างสีส้มกับสีเขียว ทำให้บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือตระกูลโล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย ที่เคยรั้งไว้ได้ 1 เขต และตระกูลจันทรสุรินทร์ ครั้งที่แล้วเสียไปทั้ง 2 ที่นั่ง ครั้งนี้ย้ายมาซบภูมิใจไทย แต่ก็ไม่สามารถเอาเก้าอี้กลับคืนมาได้ ทำให้สองตระกูลกอดคอปิดตำนานไปในครั้งนี้
อย่างไรก็ดี ขณะนี้พบว่าด้อมส้มได้เริ่มรณรงค์ผ่านโซเชียลขอตรวจสอบการเลือกตั้งเขต 2 และมีการขุดคุ้ยประวัติคดีของผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมที่มีคะแนนมาอันดับ 1 โพสต์ในโซเซียล หลังพบว่าเขต 2 มีบัตรเสียมากถึง 7,364 ใบ ซึ่งผู้สมัครพรรคประชาชนมีคะแนนอันดับ 2 ได้คะแนน 32,814 ห่างจากพรรคกล้าธรรมซึ่งได้คะแนนอันดับ 1 เพียง 2,215 คะแนน จึงต้องการให้ กกต.จัดการนับคะแนนในเขตที่ 2 ใหม่อีกครั้ง พร้อมเปิดเผยสาเหตุของบัตรเสียดังกล่าวด้วย
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ 602,277 คน มาใช้สิทธิเลือก ส.ส. 419,729 คน คิดเป็น 69.69% บัตรดี 372,909 บัตรเสีย 22,235 บัตรไม่เลือกผู้ใด 24,585 ส่วนการออกไปใช้สิทธิลงประชามติ มีผู้ออกไปใช้สิทธิ 394,701 คน คิดเห็น 65.53% บัตรดี 383,018 บัตรเสีย 11,683


