เชียงราย - โค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา 8 กุมภาฯ ท่ามกลางเงิน “ว้า”สะพัดพื้นที่ชายแดน..คอการเมืองจับตาสนามเชียงราย 7 เขตเลือกตั้ง วันนี้แดง-เพื่อไทย จ่อกวาดเก้าอี้ ทั้ง “ติยะไพรัช-เตชะธีราวัฒน์” ยังเต็งจ๋า-ทายาท“จงสุทธนามณี” ลุ้นเขต 1 ขณะที่ “กล้าธรรม-ภูมิใจไทย”มาแรงอีก 3 เขต ส่วนพรรคส้ม ปชน.รอบนี้-นาทีนี้ ส่อแววพ่าย
หลังหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.มาได้เกือบ 2 เดือน จนเข้าโหมดโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569..สนามเชียงราย 7 เขตเลือกตั้ง คอการเมืองเริ่มเห็นภาพ “ว่าที่ ส.ส.” ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากแรงโหมสร้างกระแสของแต่ละพรรค การลงพื้นที่พบปะหัวคะแนน-ประชาชนด้วยรูปแบบต่างๆ และความนิยมเดิมของบรรดาแฟนพันธุ์แท้ที่ยังคงเหนียวแน่นกับพรรค
อย่างเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทยได้ระดมสรรพกำลังทั้งจากท้องถิ่นคือฐานเสียงในเขตเทศบาลนครเชียงราย ที่มีนายวันชัย จงสุทธนามณี เป็นนายกเทศมนตรี และนางรัตนา จงสุทธนามณี เป็นที่ปรึกษาฯ ทั้งคู่ต่างเป็นนักการเมืองมีชื่อและเป็นบิดาและมารดาของ ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 จ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ย่อมการันตีได้ว่าฐานเสียงในเขตเทศบาลนครคงไม่หลุดลอยไปไหน
ยิ่ง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือเชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำคณะลุยหาเสียงในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย ก่อนปักธงที่เขตเลือกตั้งที่ 1 เพื่อดัน ดร.ธนรัช ให้ได้เก้าอี้ ส.ส.เป็นหนแรกให้ได้ เขตนี้แม้จะมีนายวุฒิชาติ เกรียงเกษร ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมที่มาแรง และมี ส.ส.เก่า อย่างนายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ พรรค ปชน.แต่เมื่อวัดกันในแง่ของฐานเสียงและกระแสนิยมพรรคที่ไม่แตกต่างกันมากเหมือนในอดีตทำให้พรรคเพื่อไทยได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
เขตเลือกตั้งที่ 2 แทบไม่มีคู่แข่งสำหรับ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช จากพรรคเพื่อไทย ด้วยชื่อชั้นลูกสาวของ ยย.-นายยงยุทธ ติยะไพรัช นักการเมืองชื่อดัง กระแสในพื้นที่โฟกัสไปที่ น.ส.ปิยะรัฐชย์ แม้จะมีผู้สมัครคนอื่นๆ แต่ด้วยชื่่อชั้นของความเป็นอดีต ส.ส.และฐานเสียงรวมทั้งกระแสความนิยมของคนชนบททำให้หลายฝ่ายคาดว่า “น.ส.ปิยะรัฐชย์ พรรคเพื่อไทย” คงรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นักการเมืองรุ่นเก๋าจากพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นเต็ง 1 แม้จะต้องแข่งขันกับนายฐากูร ยะแสง อดีต ส.ส.เขตนี้จากพรรคประชาชน แต่กระแสนิยมที่เปลี่ยนแปลงและสวิงไปมาทำให้นายวิสารน่าจะเข้าวิน ยกเว้นมีเหตุการณ์จำเพาะที่ทำให้เกิดกระแสพลิกผันอย่างถล่มทลายจริงๆ เท่านั้น
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 ก็เช่นกัน น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลูกสาวของนายวิสารซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ได้เปรียบคนอื่นๆ แบบสุดๆ เพราะมีฐานเสียงอยู่ในเขต อ.พาน อ.ป่าแดด ฯลฯ มายาวนานหลายทศวรรษ แม้จะต้องแข่งขันกับนายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ จากพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นอดีต ส.ส.หลายสมัยเช่นกัน แต่นายสุรสิทธิ์ก็ต้องไปสร้างฐานเสียงใหม่ซึ่งอาจไม่ทันเจ้าของพื้นที่เดิม
เขตเลือกตั้งที่ 5 ฐานเสียงของนายเทอดชาติ ชัยพงษ์ อดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย สูสีกับนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นอย่างมาก และหากพรรคเพื่อไทยจะเพลี่ยงพล้ำคาดว่าคือเขตนี้ ซึ่งอาจทำให้พรรคภูมิใจไทยปักธงที่เชียงรายได้เป็นครั้งแรก
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 6 นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ซึ่งลาออกจากนายกเทศมนตรี ต.แม่สาย มาลงสมัครเป็น ส.ส.เป็นครั้งแรกยังคงมีฐานเสียงแน่นหนาในเขตชายแดนและมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช คอยช่วยเหลือในพื้นที่ที่เหลือ
แต่น่าแปลกที่เขตนี้..นายชัยยนต์ไม่ต้องออกแรงแข่งขันอย่างหนักกับนางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม อดีต ส.ส.จากพรรคประชาชน แต่กลับต้องขับเคี่ยวกับนางมลธิชา ไชยบาล ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมซึ่งเคยเป็นผู้ประสานงานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2567 ที่ผ่านมา
การแข่งขันบานปลายไปจนถึงการออกมาแฉว่ามี "ว้า" อยู่เบื้องหลังการจ่ายเงินซื้อเสียงเลือกตั้งรวมทั้งพาดพิงไปถึงตำรวจนายหนึ่งซึ่งไม่ระบุว่าเป็นใคร ขณะที่นางมลธิชามีสามีนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่จังหวัดข้างเคียง เขตนี้แข่งขันกันหนักจนถึงขั้นมีกระแสว่ามีแจกเงินซื้อเสียงให้กับชาวบ้านล่วงหน้าบางหมู่บ้านได้คนละ 500 บาท ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นยังเหลือระยะเวลาการเลือกตั้งอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่บางพื้นที่ได้รับเพียงแค่ 100 บาทและจะให้จนครบ 400 บาทหลังทราบผลการเลือกตั้งแล้ว ส่วนบางพื้นที่ได้รับการรับปากว่าจะให้เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว
นั่นเป็นเหตุผลที่โพลของบางสำนักระบุว่า เขตนี้พรรคเพื่อไทยโดยนายชัยยนต์คงจะเอาชนะไปแบบไม่ทิ้งห่างมากนักโดยอาศัยฐานเสียงพรรคเพื่อไทยที่ยังแน่นหนาอยู่ แต่บางโพลระบุว่านางมลธิชาน่าจะได้เป็น ส.ส.ครั้งแรกของ จ.เชียงราย
ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 7 ว่ากันว่านายสุธีรพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และประธานสภา อบจ.เชียงราย ทั้งยังเคยเป็นสมาชิกสภา อบจ.เชียงราย หลายสมัยได้ปูฐานเสียงต่อยอดจากการเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยคือนายสว่าง พรมเมือง อาจพลาดพลั้งต้องเสียเก้าอี้ไปหากประมาท
และนั่นหมายถึง ณ นาทีนี้ ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย 7 เขต..สภากาแฟคอการเมือง ยังคงให้น้ำหนักผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย มีโอกาสเข้าวิน 4 เขต พรรคกล้าธรรมจ่อปักธง 2 เขตเลือกตั้ง และพรรคภูมิใจไทยอีก 1 เขตเลือกตั้ง.


