ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เปิดผลชันสูตรช้างป่า “สีดอหูพับ” พบล้มจากการสำลักอาหารร่วมภาวะ Capture Myopathy แบบเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว ชี้การวางยาซึมช้างป่าในธรรมชาติมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากไม่สามารถประเมินสภาพร่างกายและงดอาหารล่วงหน้าได้ พร้อมเก็บชิ้นเนื้อตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม และดำเนินการกลบฝังซากตามหลักวิชาการ
วันนี้ (4 ก.พ.) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ได้รายงานผลการผ่าชันสูตรซากช้างป่า “สีดอหูพับ” ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายคืนถิ่นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เบื้องต้นทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า สาเหตุการล้มเกิดจากภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวจากการสำลักอาหารร่วมกับภาวะ Capture Myopathy แบบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว
รายงานระบุว่า วันนี้ (4 ก.พ.) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ได้ร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น รองสารวัตรสถานีตำรวจภูธรเวียงเก่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ช้างป่า “สีดอหูพับ” หลังจากนั้นทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ผ่าชันสูตรซากเพื่อหาสาเหตุการล้ม พร้อมเก็บชิ้นเนื้อตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อได้ทำแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการกลบฝังซากตามหลักวิชาการและมาตรฐานด้านสัตวแพทย์
ในรายงานยังอธิบายถึงความเสี่ยงของการจับบังคับและเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยระบุว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่และมีความอันตราย การจับบังคับด้วยการวางยาซึมหรือยาสลบ จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการประเมินปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนัก อายุ พฤติกรรม และภาวะสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การประเมินช้างป่าในพื้นที่ธรรมชาติเป็นไปได้ยาก จึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการ ก่อนการวางยาซึมหรือยาสลบในสัตว์เลี้ยงหรือมนุษย์ จำเป็น ต้องมีการงดน้ำและงดอาหารเพื่อประเมินสุขภาพ แต่ในกรณีของสัตว์ป่าในธรรมชาติไม่สามารถทำตามขั้นตอนดังกล่าวได้ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การสำลักอาหาร ภาวะช็อก ภาวะฮีตสโตรก หรือภาวะ Capture Myopathy รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
ผลการผ่าซากช้างป่า “สีดอหูพับ” เพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี น้ำหนักประมาณ 2.3 ตัน พบความผิดปกติหลายประการ ได้แก่
1. พบเศษอาหารและเศษหญ้าในช่องปาก
2. พบลักษณะฟองอากาศ (Frosty foam) ในหลอดลม
3. ผนังทางเดินอาหารมีลักษณะซีด
4. กล้ามเนื้อหัวใจขยายตัว พบจุดเลือดออก และมีสีซีด
5. เยื่อหุ้มม้ามซีด แต่เนื้อเยื่อม้ามมีสีแดงผิดปกติ
6. พบไขมันในช่องท้องในปริมาณมาก
7. พบอาหารในทางเดินอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง และพบจุดเลือดออกเป็นปื้น
8. ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่พบเลือดออกเป็นปื้น
9. ตับมีลักษณะซีดและพบจุดเลือดออก
10. พบไขมันพอกบริเวณอัณฑะ
สำหรับการเก็บตัวอย่าง ทีมสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างจาก
1. เศษอาหารในช่องปากและกระเพาะอาหาร
2. กล้ามเนื้อหัวใจ
3. ปอด
4. ผนังกระเพาะอาหาร
5. ม้าม
6. ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่
โดยการวินิจฉัยเบื้องต้นของการเสียชีวิต ระบุสาเหตุสำคัญ 2 ประเด็น คือ
1. ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว จากการสำลักอาหารและการอุดตันของหลอดลม
2. การเกิดภาวะ Capture Myopathy แบบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว


