นครพนม-ศึกชิงเก้าอี้ สส. ที่จะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้ จ.นครพนม มี สส.ได้ 4 คน แต่ละเขตเลือกตั้ง ขับเคี่ยวกันระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย พรรคการเมืองอื่นคงได้แต่หวังคะแนนบัญชีรายชื่อเท่านั้น การขับเคี่ยวระหว่างพรรคแดงกับพรรคน้ำเงินในสนามนี้เป็นไปอย่างสูสีก้ำกึ่งชนิดหายใจรดต้นคอกัน ยากจะฟันธง!ล่วงหน้า อาจจะชนะกันสูสี น้ำเงิน 2 แดง 2 หรือ น้ำเงิน 3 แดง 1
เขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นการช่วงชิงระหว่างเบอร์ 1 นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.ในพื้นที่หลายสมัย พรรคภูมิใจไทย กับ คู่แข่งแชมป์เก่า อย่าง ดร. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จากค่ายเพื่อไทย เขตนี้รอบที่แล้วมุมน้ำเงินเพี้ยงพล้ำให้กับมุมแดงไปแบบหักปากกาเซียน เมื่อ ภูมิพัฒน์ สามารถคว่ำพูนสุข โพธิ์สุ ภรรยาของครูแก้วลงได้ด้วยคะแนน 47,712 คะแนน ขณะที่คะแนนบัญชีรายชื่อในเขตนี้พรรคเพื่อไทยได้ไปถึง 50,429 คะแนน
แต่ครั้งนี้ภูมิใจไทยปรับแนวรบใหม่หวังเรียกศรัทธาคืนให้ได้ โดยใช้ยุทธวิธีจัดตั้งหัวคะแนนแบบละเอียดขึ้น พร้อมคุมฐานคะแนนอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น หาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านแทบทุกหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ส่วนฝั่ง ดร.ภูมิพัฒน์ ก็อาศัยทัพใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เปิดปราศรัยไม่หยุดเช่นกัน ทั้งหัวหน้าพรรคและแคนดิเดดนายกพลัดกันลงพื้นที่ช่วยหาเสียงเป็นระยะๆ
จากการประเมิน เขตนี้ฝ่ายน้ำเงินน่าจะเป็นต่อเพียงเล็กน้อย ต้องรอลุ้นคืนหมาหอนว่าใครจะออกอาวุธได้ดีกว่ากัน ที่บอกว่ามุมน้ำเงินเป็นต่อเล็กน้อยเนื่องจากมีฐานเสียงจากการเลือกตั้งนายก อบจ.คราวที่แล้วที่สามารถทำคะแนนได้ดีในเขตนี้ หากสามารถรักษาฐานเสียงไว้ได้เท่าเดิม น่าจะได้ลุ้นล้มแชมป์
เขตเลือกตั้งที่ 2 แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี ยังคงเป็นตัวเต็งมีคะแนนนิยมนำห่างคู่แข่งจากภูมิใจไทยอย่าง นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ อยู่หลายช่วงตัว เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่มาหลายสมัย ยิ่งสมัยที่แล้วสามารถป้องกันแชมป์ด้วยการล้มครูแก้ว ศุภชัย โพธิ์สุไปได้อย่างสะใจ ด้วยคะแนน 39,856 คะแนนแถมคะแนนบัญชีรายชื่ออีก 45,200 คะแนน ทำให้เห็นว่าหากคู่แข่งอย่าง ณพจน์ศกร ทรัพย์สิทธิ์ น้องชายสุดที่รักของอดีต สส. 7 สมัยอย่างนายคันคาย อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ จะเอาชนะได้จะต้องออกแรงมหาศาลเลยที่เดียว ที่ผ่านมานางมนพรเองขยันลงพื้นที่ ทั้งมีท่อน้ำเลี้ยงจากเพื่อไทยคอยส่งให้ไม่ขาดสายในฐานะเป็น สส.เกรด เอ ด้วยแล้ว คาดว่าคราวนี้น่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกสมัย
เขตเลือกตั้งที่ 3 ในเขตนี้แต่ไหนแต่ไรมาเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย แต่เพิ่งถูกตีแตกในสมัยที่แล้ว โดยนายแพทย์อลงกต มณีกาด จากพรรคภูมิใจไทยสามารถเอาชนะไปได้ด้วยผลคะแนน 41,738 คะแนน ทั้ง ๆ ที่คะแนนบัญชีรายชื่อเป็นของพรรคเพื่อไทยมีมากถึง 45,945 คะแนน และหลังจากชนะในครั้งที่แล้ว หมออลงกต ก็ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หวังเอาชนะใจชาวบ้านให้ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทย อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้
ยิ่งคู่แข่งครั้งนี้เป็นคนหนุ่มไฟแรงอย่างธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ที่หัวหน้าทีมอย่างเจ๊ มนพร ภูมิใจขอส่งเข้าประกวด ผันตัวเองจาก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนพม มาลงชิงชัยในเขต 3 แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นเด็กใหม่โนเนม แต่พอแปะยี่ห้อเพื่อไทยแล้ว แชมป์เก่าอย่างหมออลงกตต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิมเท่าตัวเพื่อรักษาเก้าอี้ไว้ให้ได้ เขตนี้น้ำเงินยังเป็นต่อ 5-4
เขตเลือกตั้งที่ 4 เจ้าของพื้นที่คือนายชูกัน กุลวงษาจากพรรคภูมิใจไทย ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสส่อย้ายพรรคเนื่องจาก ยกมือสวนมติพรรคเมื่อครั้งลงมติถอนหรือไม่ถอนร่าง พรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่หลังจากเคลียร์ใจกันได้แล้ว ก็ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยคือเก่า โดยเขตนี้ก็มีตัวตึงจากพรรคเพื่อไทยอย่าง นายชาญชัย คำจำปา ที่พลาดจังหวะสวมเสื้อเพื่อไทยสมัยที่แล้วที่ต้องจำยอมลงสมัครในนามพรรคเสรีรวมไทยขัดตาทัพ แต่สอบตกเนื่องจากแย่งคะแนนจากฐานคะแนนเดียวกันกับพรรคเพื่อไทยที่มีนายณพจน์ศกลงแข่ง
จึงเกิดการแย่งคะแนนกันเองปล่อยให้ตาอยู่อย่างชูกัน กุลวงษา เข้าวินไปได้ด้วยคะแนน 25,253 คะแนนในขณะที่คะแนนบัญชีรายชื่อในเขตนี้ยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทย ได้39,708 คะแนน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ สายข่าวในวงการเมืองยังคงให้นักมวยจากมุมน้ำเงินเป็นต่อเล็กน้อย เนื่องจากความสดแถมกระสุนเยอะกว่า น่าจะสามารถเอาชนะคู่แข่งจากมุมแดงได้แบบสูสีหากพี่เลี้ยงมุมแดงให้น้ำไม่ถึง อาจหมดแรงเอาตอนปลาย ๆ ยกได้
สรุปภาพรวมขณะนี้สนามเลือกตั้งนครพนมทั้ง 4 เขต น่าจะไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ยกทีม น่าจะแบ่งกันพรรคละ 2 คนเหมือนเดิมหรืออาจจะเป็น น้ำเงิน 3 แดง 1 ก็อาจเป็นได้ ซึ่งจะต้องรอลุ้นกันในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้


