xs
xsm
sm
md
lg

"พราหมณ์กร" โต้เดือด! เป็นเจ้าพ่อคลังแสงอุดรฯ แจงยิบปืนมรดก-มี ป.3 ถูกต้อง ซัดสื่อประโคมข่าวเกินจริงทำตระกูลเสื่อมเสีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี ‐ "พราหมณ์กร" เปิดหน้าท้าพิสูจน์! โต้ลั่นไม่ใช่จอมขมังเวทค้ายาหรือเจ้าพ่อคลังแสงเมืองอุดรตามที่สื่อประโคมข่าว ยืนยันปืนที่ถูกจับเป็นปืนมรดก มีใบอนุญาต ป.3 ถูกต้อง แฉชนวนเหตุถูกล่อซื้อหลังพยายามจัดการเอกสารโอนปืนที่ค้างคา เผยใส่ชุดขาวเพราะเป็นพราหมณ์ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ใส่พรางสายตาเจ้าหน้าที่ เผยไม่ติดใจการทำงานตำรวจ


จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ (S.W.A.T.) บช.ภ.4 ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3) วางแผนล่อซื้อและจับกุมผู้ต้องหาบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Aj Palakron” รวบตัวหนุ่มชุดขาวพร้อมอาวุธปืนจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลว่าอาจเป็นเครือข่ายค้าอาวุธปืนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีตามที่สื่อหลายสำนักประโคมข่าวจนโด่งดังใหญ่โตเวอร์วังอลังการ

ล่าสุด นายพลากร โคตรสมบัตร หรือกร อายุ 33 ปี ชายที่ปรากฏในข่าว ได้ออกมาเปิดใจต่อผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าข้อมูลที่สื่อหลายสำนักนำเสนอไปนั้น "บิดเบือนและเกินความจริง" ไปมาก โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวหาว่าตนเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหรือเป็นเจ้าพ่อคลังแสงที่มีอาวุธเถื่อนไว้ในครอบครอง

พราหมณ์กรเล่าถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ตนได้รับการติดต่อจากบุคคลหนึ่งที่อ้างว่าสนใจอาวุธปืน โดยมีการใช้พฤติการณ์ "ล่อซื้อ" และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เอาปืนออกไปให้ดูข้างนอก ซึ่งตนได้พยายามปฏิเสธและแนะนำให้ไปดูที่สนามยิงปืนเพื่อความถูกต้องตามขั้นตอน แต่สุดท้ายกลับถูกรวบตัวที่หน้าค่าย ตชด.24 โดยปืนกระบอกนี้เป็นปืนมรดกตกทอดที่ซื้อต่อมาจากทายาทอย่างถูกต้อง แต่มันมีความยุ่งยากเรื่องการโอนเนื่องจากชื่อเจ้าของเดิมเสียชีวิตไปแล้ว ต้องมีการฟ้องผีหรือจัดการตามกระบวนการศาล ซึ่งผมมีใบ ป.3 ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อเดือนมกราคมปีนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าอยู่ในระหว่างดำเนินการโอน ไม่ใช่ปืนเถื่อนแต่อย่างใด


ในส่วนของภาพลักษณ์ "ชายชุดขาว" ที่ถูกสื่อตั้งฉายาว่าเป็นจอมขมังเวทนั้น ขอชี้แจงด้วยความอัดอั้นว่าตนมีอาชีพเป็น "พราหมณ์" รับตั้งศาลและปฏิบัติธรรมมานานแล้ว การใส่ชุดขาวจึงเป็นเรื่องปกติของวิถีชีวิต ไม่ได้ใส่เพื่อสร้างจุดสนใจหรือตบตาเจ้าหน้าที่ในการค้าอาวุธ

ส่วนประเด็น "คลังแสง" ที่มีการระบุว่าพบอาวุธและกระสุนจำนวนมากในบ้านนั้น ตนเป็นผู้พาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเองด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยที่ตำรวจไม่มีหมายค้น ซึ่งปืนมีเอกสารชัดเจน ส่วนกระสุนที่พบจำนวนมากเป็นเพราะตนเป็นสมาชิกสนามยิงปืน ตชด. 24 และต้องซื้อกระสุนใหม่ทุกครั้งตามกฎของสนาม จึงมีกระสุนเหลือจากการซ้อมสะสมไว้ที่บ้าน




“ผมเสียใจมากที่ข่าวออกไปว่าผมเป็นอาชญากร เป็นคนดังโซเชียลที่สะสมคลังแสง ทั้งที่ความจริงผมแค่คนรักปืนที่พยายามทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย ข่าวที่เกินจริงส่งผลกระทบต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูล คนใกล้ชิดต่างเป็นห่วงและตกใจกับภาพที่สื่อสร้างขึ้น”

ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนไม่ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อยากเรียกร้องความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนให้เสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมทิ้งท้ายฝากถึงกลุ่มคนรักปืนว่าให้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย แม้จะยุ่งยากแต่ก็ดีกว่าต้องมาเสี่ยงกับปืนเถื่อนที่สร้างปัญหาให้สังคม


กำลังโหลดความคิดเห็น