แพร่ - โค้งสุดท้ายสนามเลือกตั้ง ส.ส.เมืองแพร่ ชิงดำ 3 เก้าอี้.. “เสี่ยแมว-วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” นำทีมเพื่อไทย ยังหาเสียงสุดตัวตรึงพื้นที่แชมป์เก่า “แม่เลี้ยงติ๊ก-ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู” สวมเสื้อน้ำเงินเดินทุกตารางนิ้ว ด้าน “ทนายเก้า-ทายาทพนมขวัญ” พลิกเกมโดน “ชูวิทย์” ถล่ม ดันกระแสค่ายสีส้มฟื้น พบคนโต อบจ.แพร่แบ่งพลังหนึ่งหนุน พท. อีกขาหนุน “กล้าธรรม”
การเมืองในช่วงท้ายก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พรรคการเมืองในกระแสยังคงเห็นความสำคัญ ส.ส. 3 เขตของจังหวัดแพร่ ต้องการชิงไว้ในมือ ลุยเปิดเวทีปราศรัยนำเสนอนโยบายเรียกคะแนนต่อเนื่อง
พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่าเจ้าของเก้าอี้ ส.ส.แพร่ 3 เขตยังคงเร่งหาเสียงอย่างสุดตัวเพื่อตรึงพื้นที่ไว้ให้ได้ พรรคนี้นำทีมโดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 มีนายแพทย์ นิยม วิวรรธนดิษฐกุล เป็นผู้สมัครเขต 2 และนางสาวภูวสา สินธุวงศ์ ผู้สมัครเขต 1 (แทนนายแพทย์ ทศพร เสรีรักษ์)
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยที่นำโดยแม่เลี้ยงติ๊ก นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ส่งหลาน 2 คน คือ นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ ผู้สมัครเขต 1 นายชนาธิป ศุภศิริ ผู้สมัครเขต 2 และ ส.จ.น้อย นายประสงค์ ชุ่มเชย ผู้สมัครเขต 3 ลงพื้นที่อย่างเข้มข้นไปหาเสียงทุกตารางนิ้วของพื้นที่
ด้านพรรคกล้าธรรม ผู้สมัครเขต 1 ส.จ.ต่อ-นายวิตติ แสงสุพรรณ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ลงเลือกตั้งในเขต 1 นายธีรศักดิ์ มีสมศักดิ์ เขต 2 และเขต 3 นายกฤติเดช สันติวชิระกุล อดีต ส.ส.ภูมิใจไทย ย้ายพรรคมาอยู่กล้าธรรม ก็มาแรง
เป็นที่น่าสังเกตว่า นายแพทย์ นิยม วิวรรธนดิษฐกุล ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 2 และนายวิตติ แสงสุพรรณ ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม เขต 1 สองคนนี้ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ เข้าไปมีส่วนสนับสนุนช่วยหาเสียงอย่างออกหน้าออกตา ทำให้กระแสแรงขึ้นมา
อีกพรรคที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ พรรคประชาชน ที่มีกระแสดรามาเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉว่า ทนายเก้า-นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครพรรคประชาชน เขต 1 เทาอ่อนๆ ขาดคุณสมบัติลงรับเลือกตั้งทำให้กระแสยิ่งดังหนัก
ทั้งนี้ พรรคประชาชนส่งผู้สมัครแข่งขันทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เขต 1 นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ เขต 2 นายวสันต์ จันทร์สอง เขต 3 นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ พรรคนี้ส่งแกนนำพรรคมาช่วยหาเสียงต่อเนื่อง เช่น นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร และนางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค
ล่าสุด เย็นวันที่ 31 มกราคม พรรคประชาชนส่งคาราวานใหญ่เข้าจังหวัดแพร่ ลุยหาเสียงตั้งแต่อำเภอเด่นชัย อำเภอสูงเม่น เข้าสู่อำเภอเมือง เปิดปราศรัยใหญ่ที่สวนสาธารณะประตูมาร แกนนำพรรคที่ร่วมปราศรัยกับผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต คือ นายชำนาญ จันทร์เรือง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายเดชรัต สุขกำเนิด นายชัยธวัช ตุลาธน และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล
กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉว่า ทนายเก้า หรือ นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ กระทำผิดจริยธรรม คือ “ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” กรณีได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เมื่อปี พ.ศ. 2566 ในขณะที่อายุยังน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดคืออายุเพียง 33 ปี แต่ผู้ดำรงตำแหน่งได้ต้องมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เข้าข่ายเป็นบุคคลลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ( 8) “ห้ามบุคคลที่เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งราชการหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ”
ในเรื่องนี้ มีคำสั่งเทศบาลเมืองแพร่ ที่ 174 /2566 ณ วันที่ 14 มีนาคม 2566 แต่งตั้งให้นางสาวขวัญรัตน์ เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ โดยมีนายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ลงนามแต่งตั้ง และต่อมาเทศบาลเมืองแพร่มีคำสั่งที่ 229 / 2566 เรื่องให้นางสาวขวัญรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง สั่ง ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566
ทนายเก้า-นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า มีคนส่งประเด็นไปให้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เพื่อนำไปขุดคุ้ยเผยแพร่สกัดคะแนนเสียงของพรรคประชาชนที่จังหวัดแพร่ ซึ่งไม่ได้ผลเพราะกรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่สาระทำให้ขาดคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.แต่อย่างใด แต่การปูดข่าวแบบนี้ทำให้ประชาชนในจังหวัดแพร่ต่างออกมาให้กำลังใจ
เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนที่สวนสาธารณะประตูมารมีแฟนคลับร่วมมากกว่า 1,000 คน ถือเป็นประวัติการณ์ที่มวลชนเดินทางไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่ต้องเกณฑ์


