ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เลือกตั้งเขต 7 ขอนแก่นไม่หมูสำหรับเพื่อไทยแชมป์เก่าจากตระกูลเตาะเจริญสุข นักการเมืองรุ่นเก๋า สมศักดิ์ คุณเงิน สวมเสื้อภูมิใจไทยสู้ไม่ถอยก่อนทิ้งทวน ด้าน “ภูษณ คำเวียง” หนุ่มไฟแรงหลานรองนายก อบจ.ขอนแก่นจากพรรคกล้าธรรมทุ่มสุดตัวท้าชิงเก้าอี้จากเพื่อไทยให้ได้ หวังตัดวงจรสืบทอดอำนาจการเมืองบ้านเตาะเจริญสุขให้พ้นทาง
เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ขอนแก่น (อ.หนองเรือ, อ.ภูผาม่าน, อ.เวียงเก่า, อ.ภูเวียง (เฉพาะบางตำบล) และ อ.หนองนาคำ (เฉพาะบางตำบล) นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนตอนเลือกตั้งปี 2566 สูงลิ่ว แต่มาถึงวันเข้าคูหา 8 ก.พ. 69 นี้ หากนายสุรพจน์ต้องการรักษาเก้าอี้ไว้ให้ได้ต้องออกแรงทุ่มกระสุนหนักเท่าตัวเพราะกระแสเพื่อไทยไม่ได้ฮอตฮิตคือเก่า
อีกทั้งคู่แข่งทั้งจากพรรคภูมิใจไทย นายสมศักดิ์ คุณเงิน และจากพรรคกล้าธรรม นายภูษณ คำเวียง คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “ลุงสมศักดิ์” ที่คร่ำหวอดสนามเลือกตั้งมานานและได้คะแนนอันดับสองจากครั้งก่อน คราวนี้น่าจะฮึดสู้ชนิดตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง ทิ้งทวนงานการเมืองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนไปทำสวนเลี้ยงเหลนในบั้นปลายชีวิต ขณะที่ "บักหล้าภูษณ" ที่มีความสดใหม่กว่าผู้สมัครทุกคนในเขต ลงสู้ศึกครั้งนี้มีกองหนุนที่พร้อมด้วยสรรพกำลัง เป็นหลานนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ.ขอนแก่น ทีมงานของเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ค่ายนี้ยอมทุ่มเต็มที่เพื่อล้มแชมป์เก่า เขี่ย “เตาะเจริญสุข” ออกจากสนามแข่งให้สำเร็จ
ล่าสุด นายภูษณ คำเวียง ผู้สมัครหมายเลข 3 ส.ส. เขต 7 พรรคกล้าธรรม ได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่องค์กรเครือข่ายผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้น ณ ตลาดต้นตาล โอกาสนี้สื่อมวลชนได้ถือโอกาสสัมภาษณ์นายภูษณถึงกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายภูษณกล่าวว่าประชาชนให้การตอบรับตนดีมาก พี่น้องชาวบ้านอยากได้คนที่รู้ปัญหาจริงเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในสภา และอยากจะให้ท้องถิ่นได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังและสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าที่ผ่านมา
สำหรับปัญหาหลักๆ ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 7 สะท้อนให้ฟังทุกครั้งที่ได้ลงพื้นที่พูดคุย คือปัญหาการทำเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลัก โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงทั้งปุ๋ยทั้งค่าแรง แต่พอเก็บเกี่ยวผลผลิตกลับขายได้ในราคาต่ำ ไม่คุ้มกับเงินทุนที่จ่ายไป ซ้ำมีราคาไม่แน่นอน ตนตั้งใจเป็นอย่างมากหากได้รับโอกาสเลือกให้เป็นผู้แทน จะผลักดันนโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และแก้ไขปัญหาทุนผูกขาดด้านปุ๋ย
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง รวมถึงการผลักดันโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง
นายภูษณยังกล่าวถึงการสร้างความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ผ่านภาพลักษณ์ “บักหล้า” สื่อถึงความเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ ควบคู่กับการนำประสบการณ์ทำงานหลากหลายอาชีพมาใช้ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา แม้จะเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองก็ตาม
ทั้งนี้ นายภูษณได้เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กันให้มากๆ เพื่อเลือกผู้แทนที่ประชาชนไว้วางใจเข้าไปเป็นตัวแทนในสภา ผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


