นครปฐม - ผู้ว่าฯ นครปฐม เผยรับทราบกรณีพระถูกกล่าวหาประพฤติไม่เหมาะสมจากกระแสโซเชียล ประสานทีมตำรวจพระเร่งตรวจสอบ ย้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขณะที่นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทยเตือน การชี้เป้า–นำภาพวัดเผยแพร่โดยไร้หลักฐาน เสี่ยงเข้าข่ายหมิ่นประมาท พร้อมแนะผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน
วันนี้( 27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กชื่อ “เอมมิกา ครูเอมมี่” โพสต์คลิปและข้อความเล่าประสบการณ์อ้างว่าถูกพระภิกษุรูปหนึ่งกระทำการไม่เหมาะสมระหว่างเข้ารับพิธีทางความเชื่อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
จากรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ซึ่งเปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา และได้ประสานสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะ “ทีมตำรวจพระ” เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนสูง ไม่สามารถให้รายละเอียดในเชิงลึกได้ในขณะนี้ แต่เชื่อว่าคณะสงฆ์ในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้ว ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลและผู้ที่ถูกกล่าวหา
ขณะที่ นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่หากเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างเกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายควรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างชัดเจนและเป็นธรรม
นายกสมาคมไวยาวัจกรฯ ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ผู้เสียหายอาจไม่มีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ แต่ยังสามารถใช้พยานบุคคลหรือพยานแวดล้อมอื่นประกอบการร้องทุกข์ได้ ขณะเดียวกัน กลุ่มบุคคลที่นำภาพถ่าย ระบุชื่อวัด หรือชี้เป้าพระภิกษุในโซเชียลโดยยังไม่มีข้อยุติ อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทและเสี่ยงถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้
นอกจากนี้ เห็นว่าคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองควรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยเชิญทั้งพระภิกษุผู้ถูกกล่าวหา และผู้กล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหายมาให้ข้อมูล เพื่อให้เกิดความชัดเจนและคลายข้อสงสัยของสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีการเรียกประชุมหรือเชิญผู้ถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ในจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีวัดอยู่มากกว่า 200 แห่ง
ทั้งนี้ ก่อนเกิดกระแสดังกล่าวเพียงหนึ่งวัน สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม ได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการให้วัดแห่งหนึ่งที่มีการจัดพิธีกรรมซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัย และมีการเผยแพร่คลิปในโซเชียล ให้ยุติการดำเนินการดังกล่าวแล้ว
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งที่ถูกกล่าวอ้าง พบว่าบรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา จุดจำหน่ายวัตถุมงคลและสถานที่ประกอบพิธีต่าง ๆ ปิดเงียบ ยังไม่พบความผิดปกติ และทางวัดยังไม่มีการออกมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลใด ๆ ต่อสื่อมวลชน โดยความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


