ศูนย์ข่าวศรีราชา – ฉาวอีกวงการสงฆ์ เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา จ.ชลบุรี สนธิกำลังหลายหน่วยบุกตรวจสำนักสงฆ์ชื่อดังเมืองอ่างศิลา พบทั้งพระเสพยา- มีอาวุธปืน เจ้าสำนักเป็นต่างด้าวเสพหนังโป๊ฉ่ำ เบื้องต้นจับสึกทันทีส่ง 3 พระฉี่ม่วงเข้าบำบัด ส่วนเจ้าสำนักให้ ตม.ดำเนินคดีก่อนผลักดันกลับประเทศ
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (27 ม.ค.) เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา, พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จ.ชลบุรี, นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี, นายวินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา,และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง บุกตรวจค้นสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน ต.อ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพระสงฆ์ภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
จากการตรวจค้นภายในสำนักสงฆ์พบมีเพียงพระ 4 รูป และ 1 ในนั้นเป็นเจ้าสำนักซึ่งชื่อไม่มีในทะเบียนราษฏร์ และยังพบเป็นคนสัญชาติกระเหรี่ยง ภายในที่พักยังพบเงินสดจำนวน 89,000 บาท เครื่องฉายวีดีโอโป๊ที่แผ่นยังหมุนคาครื่อง และเครื่องบริหารอวัยวะเพศ ส่วนพระอีก 3 รูป มีปัสสาวะเป็นสีม่วงจึงนำตัวทั้งหมดจับสึกทันที
สอบถาม พระศุภชัย อายุ 35 ปีอ้างว่า สาเหตุที่ต้องเสพยาบ้าเพราะมีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดัน รวมทั้งยังมีอาการปวดตามเนื้อตัว แต่เมื่อเสพยาบ้าเข้าไปอาการจะดีขึ้นจนสามารถทำงานได้ และยังอ้างว่าเสพยาบ้ามาได้แค่เพียง 2-3 ปีเท่านั้น
ด้าน พระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา เผยว่าหลังทำการสึกพระสงฆ์ 3 รูปซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดแล้ว จะส่งตัวทั้ง 3 เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ส่วนเจ้าคณะสงฆ์ ที่เป็นต่างด้าวสัญชาติกะเหรี่ยง หลังทำการจับสึกจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ และส่งตัวต่อให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีตามกฏหมายก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป
ขณะที่นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอ และ พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จ.ชลบุรี ร่วมกันเปิดเผยว่าการบุกตรวจค้นดังกล่าวเป็นผลจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า พระในสำนักสงฆ์แห่งนี้มีอาวุธปืนและเสพยาเสพติด จึงสนธิกำลังหลายหน่วยเข้าตรวจค้นโดยพบทั้งยาบ้าและยาไอซ์ และยังพบว่าเจ้าสำนัก เป็นต่างด้าวจึงส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฏหมาย
พร้อมฝากให้ชาวบ้านช่วยกันสอดส่องดูแลวัดต่างๆในพื้นที่ของตนเองว่ามีพระซึ่งมีพฤติกรรม นอกรีต หรือมีพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่ หากพบให้รีบแจ้งไปยังอำเภอ หรือ กอ.รมน.จังหวัดเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา


