พระนครศรีอยุธยา - ชาวบ้านบางปะอินผวา พบกระสุนปริศนายิงเข้าบ้านกลางทุ่งนา 2 นัด ทะลุกระจกและผนังบ้าน ก่อนฝังคาหมอนในห้องนอน หากไม่ถูกหมอนอาจเสียชีวิต แจ้งความแล้วกว่า 7 วัน คดีไร้ความคืบ วอนตำรวจเร่งคลี่คลาย หวั่นเกิดอันตรายซ้ำ
วันนี้( 27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและเรื่องราวขอคำแนะนำ หลังบ้านพักถูกกระสุนปริศนายิงเข้ามาภายในบ้านถึง 2 นัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี เกรงจะเกิดอันตรายกับคนในครอบครัว
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างจากบ้านเรือนหลังอื่นราว 2 กิโลเมตร รอบบ้านมีต้นไม้ขึ้นโดยรอบ
พบกับนายวีรศักดิ์ วิชิตการพนา อายุ 31 ปี พนักงานโรงงาน ซึ่งพาผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 2 ของบ้าน พบกระจกหน้าต่างแตกจากรอยกระสุน 1 จุด และใต้หน้าต่างพบรอยกระสุนทะลุฝาผนังยิปซัมอีก 1 จุด แรงกระสุนพุ่งเข้าไปถึงห้องนอนและฝังคาอยู่ในหมอน
นายวีรศักดิ์ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้พักอาศัยรวมกัน 5 คน ได้แก่ ตนเอง ภรรยา พ่อ พี่ชาย และพี่สะใภ้ วันเกิดเหตุตนเลิกงานกลับมานอนพักผ่อนในห้องนอนตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนตื่นขึ้นมาในช่วงเย็นเพื่อเตรียมไปทำงาน พบเศษปูนและฝุ่นตกอยู่บนเตียงและพื้นห้อง จึงสอบถามพ่อว่าใช้หนังสติ๊กยิงอะไรหรือไม่ แต่พ่อยืนยันไม่ได้ทำ
จากนั้นจึงตรวจสอบรอบบ้าน พบฝาผนังห้องนอนเป็นรู เมื่อออกไปดูบริเวณหน้าห้องพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 1 หัว และเมื่อตรวจสอบหมอนที่ใช้หนุนแทนหมอนข้าง พบมีรอยกระสุนทะลุ และพบหัวกระสุนปืนอีก 1 หัวฝังอยู่ภายในหมอน
นายวีรศักดิ์ ระบุว่า หากกระสุนไม่ถูกหมอน อาจพุ่งเข้าร่างตนเองและเสียชีวิตได้ เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่ใช้หนุนศีรษะ อีกทั้งในวันเกิดเหตุแฟนสาวออกไปทำงาน หากอยู่บ้านและนอนข้างกัน อาจได้รับอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้ ระหว่างที่นอนหลับ ยังได้ยินเสียงคล้ายของกระแทก แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงจากการต่อเติมบ้าน หรือพ่อใช้หนังสติ๊กยิงนก เนื่องจากบ้านอยู่ห่างไกลชุมชนและไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร
หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหัวกระสุนปืน 2 หัว เป็นคนละสี โดยหัวกระสุนที่พบนอกห้องนอนเป็นสีทองเหลือง ส่วนหัวที่ฝังอยู่ในหมอนเป็นสีเงิน คาดว่าอาจมาจากอาวุธปืนต่างขนาดกัน
อย่างไรก็ตาม จนเวลาผ่านไปกว่า 7 วัน คดียังไม่มีความคืบหน้า ทำให้เจ้าของบ้านและครอบครัวยังคงอยู่ในความหวาดผวา เกรงว่าจะเกิดอันตรายซ้ำ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมที่จะมีเด็กและหลานมาอาศัยอยู่ด้วย
ทั้งนี้ ครอบครัวยังได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 13.40 น. พบว่าพ่อได้ออกมาดูรอบบ้านหลังได้ยินเสียงคล้ายกระจกแตก แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จนกระทั่งช่วงเย็นลูกชายตื่นนอนและพบหัวกระสุน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที


