พิษณุโลก - “เต้ มงคลกิตติ์” ออนทัวร์หาเสียงสายเหนือ..วิดพื้น 20 ครั้งร่วมกับเด็กโรงเรียนชายพิษณุโลก-นิสิต ม.นเรศวร เรียกเสียงเฮ บอกน้อง นร.ชอบนโยบายตั้ง ก.อวกาศ ขอไปดวงจันทร์ จุดประกายเรียนวิศวกรรม แถมชอบเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์-อยากตั้ง ก.เวทมนตร์ด้วย ยันไม่เพ้อเจ้อส่งทุกนโยบายให้ กกต.แล้วรวมทั้งสิทธิผัว 4 คน แต่ไม่ขอวิจารณ์พรรคเพื่อไทยแจกเงิน 9 ล้านกล่องสุ่ม
วันนี้ (26 ม.ค. 69) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” พรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 พร้อมคณะเดินทางหาเสียงที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมตั้งแต่เช้า ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ เด็กๆ ต่างรุมล้อมนับร้อยคนเพื่อ "วิดพื้น" ร่วมกับเต้
และหลังจากยืนเข้าแถวเคารพธงชาติหลายคนยังขอถ่ายรูปคู่แน่นขนัด เด็กๆต่างชื่นชอบ "เต้" เนื่องจากเป็นรุ่นพี่โรงเรียนชาย หลายคนชอบแนวคิดตั้งกระทรวงอวกาศ เพื่อจุดประกายให้เรียนวิศวกรรม นอกจากนี้ยังขอให้เต้ตั้งกระทรวงเวทมนตร์อีกด้วย
จากนั้นเต้และคณะพรรคทางเลือกใหม่ เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งก็มีนิสิตรุมล้อมขอถ่ายรูปจำนวนมาก ไม่พลาดไฮไลต์สำคัญก็คือ เต้และนิสิตวิดพื้น 20 ครั้งเท่ากับเด็กมัธยมอีกด้วย โดยนิสิต มน.ซักถามหลายคำถาม เช่น โครงการอวกาศ, หากเรียนจบและตกงานแล้วจะได้เงิน 5,000 บาทหรือไม่ บางรายบอกว่าชื่นชอบเต้เนื่องจากมีโครงการเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์
นายเต้-มงคลกิตติ์กล่าวว่า ตนไปโรงเรียนเก่าคือ พิษณุโลกพิทยาคม (พ.พ.) เด็กๆหลายคนรู้จักนโนบายพรรคทางเลือกใหม่ เพราะเด็กไทยวันนี้คิดการเมืองแบบโลกอนาคต ส่วนนิสิต ม.นเรศวรต่างชื่นชอบนโยบายเพาะพันธุ์ไดไนเสาร์ และถามว่า ไปอวกาศปลายปีเมื่อใด ตนก็บอกว่า..ตั๋วทั่วโลกเขาซื้อขายกันแล้ว 800 ที่นั่ง ส่วนแผนโคจรรอบดวงจันทร์ ไม่นานเกินรอ เพราะอเมริกาตั้งโรงพลังงานนิวเคลียร์แล้ว บางคนก็ถามว่าไปดาวอังคารเมื่อใด เต้ก็ยืนยันพรรคทางเลือกใหม่ทำได้จริง ได้ส่งนโยบายดังกล่าวข้างต้นไปยัง กกต.หมดแล้ว ระบุงบประมาณและระยะเวลาเป็นจริงแน่นอน
“ดีใจที่พบปะเด็กๆ ที่โรงเรียนชาย อบอุ่นแทบขยับไม่ออก เพราะเขาชื่นชอบกันมากกับนโยบายอวกาศ ซึ่งยืนยันว่าทำได้จริงไม่ได้เพ้อเจ้อ นอกจากนี้ยังมีนโยบายดูแลคนชรา คนพิการ ฯลฯ และดูแลว่าจะเพิ่มประชากรให้ได้ล้านคนอย่างไร พัฒนากองทัพ และจัดการฮุนเซน ภายใน 10 ปีจะต้องเป็นเบอร์หนึ่งของเศษฐกิจโลก กองทัพโลกและอวกาศ”
“เต้” เปิดเผยว่า นโยบายผู้หญิงมีสามีได้ 4 คนได้ส่งไปยัง กกต.แล้วเหมือนกัน ซึ่งกกต.สนใจเพียงว่าจะปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ขณะที่คำว่า ผัวเดียวเมียเดียวใช้มา 97 ปีแล้ว นับแต่รัชกาลที่ ๗ เมื่อปี พ.ศ. 2473 โดยอิงวัฒนธรรมยุโรป (สามีภรรยาคนเดียว) กระทั่งต่อมามีการแก้ไข ปี 2567 กรณีเพศชาย ผัวคนหนึ่งและเมียอีกคนหนึ่ง ครั้งนี้จึงจะต้องมีการแก้ไขอีกครั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการแปรญัตติในสภา
ส่วนคำถามที่ว่า มอง “ทรัมป์” อย่างไรนั้น “เต้-มงคลกิตติ์” เปิดเผยว่า จะต้องเป็นมิตรกับเขาอยู่ ตั้งใจว่าจะต้องซื้ออาวุธจาก อเมริกากว่าแสนล้านบาท และซื้อจากจีน-รัสเซียอีกหลายแสนล้าน จะต้องขอติดต่อทรัมป์โดยตรง เพื่อขอซื้อหัวรบนิวเคลียร์สัก 5 ลูก เพราะไทยซื้ออาวุธจากอเมริกาเยอะมาก ยืนยันไม่ทะเลาะกับอเมริกา
กรณีประเด็นพรรคเพื่อไทยแจกเงิน 9 ล้านกล่องสุ่มนั้น เป็นสิทธิ์ที่พรรคเพื่อไทยจะทำได้ ซึ่งกำลังส่งเรื่องไปยัง กกต.วันนี้ โดยที่แต่ละพรรคมีความคิดคนละรูปแบบ จึงไม่อยากวิจารณ์ เขาคิดว่าของเขาดีก็ดี ถ้าเราคิดว่านโยบายของเราดี ก็ถือว่าดี ทุกพรรคดีไปหมด เพียงแต่ดีขั้นไหนเท่านั้น
นายเต้-มงคลกิตติ์เผยอีกว่า วันนี้ตนยังเดินทางไป ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ จากนั้นต่อไป ม.แม่โจ้ สาขา จ.แพร่ และไปสุดที่ถนนคนเดิน จ.น่าน พร้อมค้างคืนที่น่าน


