ลำปาง - คืบหน้ากรณีรุ่นพี่ ม.2 พิเรนทร์ รุมจับถอดกางเกงรุ่นน้อง ม.1 ที่เป็นเด็กพิเศษ ถ่ายคลิปลงโซเชียลฯ..ทั้งผู้ปกครองและรุ่นพี่ขอขมาครอบครัวน้อง-ยอมรับโทษทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติและบำเพ็ญประโยชน์ ฝ่ายครอบครัว นร.ม.1 ไม่ติดใจ แต่ขออย่าแกล้งน้องอีก
ความคืบหน้ากรณีรุ่นพี่ชั้น ม.2 ร่วมกันเล่นพิเรนทร์ จับน้อง ม.1 ล็อกตัวถอดกางเกงถ่ายคลิปแล้วนำไปลงในไลน์กลุ่มนักเรียน จนน้อง ม.1 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ อับอายไม่อยากไปโรงเรียนนั้น
วันนี้ (26 ม.ค. 69) นายอัมฤทธิ์ กอไธสง รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน (สพม.ลำปาง ลำพูน) พร้อมด้วยสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประธานคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนฯ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านเสด็จวนชยางกูร โดยได้มีการเชิญผู้ปกครองของนักเรียนรุ่นพี่ รวม 5 คน ซึ่งเป็นผู้กระทำและร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันที่เกิดเหตุ มาพบปะพูดคุยกับครอบครัวของน้องบุ๊ค รุ่นน้อง ม.1 ที่ถูกรุ่นพี่แกล้ง
เจ้าหน้าที่ได้แยกสอบถามและทำความเข้าใจกับทั้งสองฝ่าย โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาสรุปร่วมกัน ซึ่งปรากฏว่าไม่มีใครติดใจ หลังจากที่ครอบครัวของรุ่นพี่ได้ขอขมาต่อครอบครัวของน้องอย่างเป็นทางการในห้องประชุม
ขณะที่ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ได้แสดงความเป็นห่วงเด็กๆ จากข่าวที่ออกไปและอยากให้เด็กๆ รักกัน รุ่นพี่ควรดูแลรุ่นน้องและไม่อยากให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก และได้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองของรุ่นพี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปู่-ยาย กล่าวขอโทษขอขมาครอบครัวน้องบุ๊ค และให้ครูฝ่ายปกครองทำความเข้าใจผู้ปกครองในบทลงโทษของโรงเรียน รวมทั้งทำข้อตกลงร่วมกัน สุดท้ายได้ให้รุ่นพี่กับรุ่นน้องทำความเข้าใจ-จับมือกันเพื่อให้อยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างปกติสุขต่อไป
ด้านนายอัมฤทธิ์ กอไธสง รอง ผอ.สพม.ลำปาง ลำพูน กล่าวว่า วันนี้ก็ได้แบ่งการพูดคุยเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งเด็กก็ให้นักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยซึ่งก็ได้ข้อมูลว่าเด็กที่ถูกกระทำก็อยากให้รุ่นพี่ขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำลักษณะนั้นกับตนเองอีก ส่วนรุ่นพี่ก็กังวลเรื่องการถูกลงโทษ รวมทั้งพร้อมขอโทษและจะไม่ทำพฤติกรรมแบบเดิมอีก ซึ่งจริงๆ ทางโรงเรียได้มีแผนในเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะเรื่องการบูลลีก็อยู่ในส่วนนั้นด้วย เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็จะได้กำชับให้แต่ละโรงเรียนได้เน้นย้ำและเข้มงวดในเรื่องนี้มากขึ้น
“ทั้งสองฝ่ายตกลงทำความเข้าใจกันหลังผู้กระทำได้ขอโทษ ส่วน ร.ร.ก็ได้ทำข้อตกลงกับรุ่นพี่ที่กระทำผิด ที่ต้องถูกทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ 70 คะแนน แต่ก็เปิดโอกาสให้เด็กมาทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนนความประพฤติมากขึ้น และกำชับให้ครูประจำชั้นได้เข้มงวดติดตาม รวมถึงทำความเข้าใจถึงพิษภัยข้อดีข้อเสียของการใช้โซเชียลฯ แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์และผลที่เกิดขึ้น ซึ่งเคสนี้จะเป็นตัวอย่างได้อย่างดี ซึ่งคาดว่าจะไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นใน ร.ร.นี้และที่อื่นๆ อีก”


