xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)คดีเบิกเงินเหลือจ่ายมิชอบ!ศาลขอนแก่นสั่ง“เอกราชและพวก”ชดใช้คืนสหกรณ์ครูฯกว่า 17 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาให้ นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พร้อมพวก ชดใช้เงินคืนให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น รวมกว่า 17 ล้านบาท จากคดีแพ่งติดตามทรัพย์ 2 คดี ขณะที่การติดตามทรัพย์คดียักยอกเงินกว่า 431 ล้านบาท ศาลนัดฟังคำพิพากษา 11 พ.ค.นี้


                       

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(26 ม.ค.) ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด พร้อมด้วยที่ปรึกษา กรรมการสหกรณ์ และทนายความ เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีความแพ่งติดตามทรัพย์ของสหกรณ์ฯ คืน 2 คดี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ โดยมีเพียงฝ่ายโจทก์เดินทางมาตามนัด ขณะที่นายเอกราช ช่างเหล่า อดีต สส.ขอนแก่นและพวก ฝ่ายจำเลยไม่ได้เดินทางมาและไม่มีทนายความมาร่วมฟังแต่อย่างใด

โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาทั้งสองคดีพร้อมกันประมาณ 30 นาที ซึ่งภายหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ฯพร้อมด้วยที่ปรึกษา กรรมการสหกรณ์ และทนายความ ได้ออกมาให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน


ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาในคดีแพ่ง 2 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 คดีหมายเลขดำที่ พE 340/2568 ระหว่าง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเอกราช ช่างเหลา อดีต ส.ส.ขอนแก่น, นางอาภรณ์ ภูคัง และ นายนพรัตน์ สร้างนานอก เป็นจำเลย ในความผิดฐานติดตามทรัพย์สินคืน เนื่องจากการเบิกเงินเหลือจ่ายตั้งแต่ปี 2553 โดยมิชอบตามกฎหมายและข้อบังคับของสหกรณ์  

รวมเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวน 8,537,051 บาท โดยศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 3 คน คืนเงินให้กับสหกรณ์ รวมเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวน 8,537,051 บาท


คดีที่ 2 คดีหมายเลขดำที่ พE 341/2568 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเอกราช ช่างเหลา, นางอาภรณ์ ภูคัง และ นายทรงยศ ไชยมงคล เป็นจำเลย ฐานความผิดติดตามทรัพย์สินคืน จากการเบิกเงินเหลือจ่ายปี 2554 โดยมิชอบตามกฎหมายและข้อบังคับของสหกรณ์ รวมเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวน 8,727,082 บาท ซึ่งศาลมีคำสั่งให้จำเลยคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวน 8,727,082 บาทเช่นกัน รวมทั้งสองคดีเป็นเงินกว่า 17 ล้านบาทเศษ เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ

อย่างไรก็ตามทั้งสองคดีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับคดียักยอกทรัพย์ 431 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีอาญา โดยขณะนี้จำเลยขอต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ แต่ทางสหกรณ์ได้ฟ้องคดีแพ่งร่วมด้วย เป็นคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง โดยศาลจังหวัดขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาในการติดตามทรัพย์ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569


นายอนุศาสตร์ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาทางสหกรณ์ได้รับเงินคืนแล้วเพียง 100 ล้านบาทเศษ หากรวมดอกเบี้ยในวันฟ้องตั้งแต่ปี 2564 ตัวเลขอยู่ที่กว่า 600 ล้านบาท และหากคำนวณถึงปัจจุบันคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณเกือบ 800 ล้านบาท โดยสหกรณ์จะเดินหน้าทวงคืนเงินทั้งหมดกลับคืนให้สหกรณ์ต่อไป.




กำลังโหลดความคิดเห็น