ชัยนาท – จังหวัดชัยนาทเร่งแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หลังค่าฝุ่นพุ่งสูงติดอันดับต้นๆของประเทศ ล่าสุดบูรณาการหลายหน่วยงานตั้งด่านตรวจวัดควันดำบนถนนสายหลัก ขณะที่รองผู้ว่าฯ ยืนยัน ในพื้นที่ไม่มีการเผา พร้อมระบุสาเหตุหลักมาจากฝุ่นที่พัดลอยมาจากจังหวัดใกล้เคียง
วันนี้ (23 ม.ค.) จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท พบว่าช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา มีค่าฝุ่นสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 69.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และวันนี้ (23 มกราคม 2569) ค่าฝุ่นลดลงมาอยู่ที่ 43.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่อันดับ 8 ของประเทศ อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
จากสถานการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตั้งจุดตรวจวัดควันดำรถยนต์ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 340 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
โดยมี นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน ซึ่งจากการตรวจสอบรถกระบะและรถบรรทุกสิบล้อที่มีสภาพเก่า พบว่าส่วนใหญ่มีควันดำ แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
นายวิทยา กล่าวว่า แม้จังหวัดชัยนาทจะมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงติดอันดับต้นของประเทศ แต่ยืนยันว่าในพื้นที่แทบไม่มีการเผา โดยพบเพียงจุดเดียวที่อำเภอเนินขามเท่านั้น ขณะที่จังหวัดได้ออกประกาศห้ามเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชนแล้วถึง 2 ฉบับ ครอบคลุม 100% หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับสาเหตุของค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าส่วนใหญ่มาจากฝุ่นที่พัดลอยข้ามพื้นที่ จากทิศเหนือคือจังหวัดนครสวรรค์ และจากทิศใต้ ได้แก่ จังหวัดสระบุรีและลพบุรี อย่างไรก็ตาม จังหวัดชัยนาทยังคงเดินหน้าประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกร งดการเผาในทุกกรณี เพื่อร่วมกันลดปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


