กาญจนบุรี - กาญจนบุรีเดินหน้าแก้ปัญหาหมอกควัน–PM2.5 ใช้มาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน เตรียมปล่อยน้ำคลอง 1 ซ้าย เข้าพื้นที่นานำร่อง 12,000 ไร่ เริ่ม 1 ก.พ.นี้ หวังย่อยสลายตอซังข้าว ลดการเผา คาดน้ำเต็มพื้นที่ 10 ก.พ. ก่อนเริ่มทำนาเร็วขึ้นปลายเดือน
วันนี้ (22 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัด ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ประจำวันที่ 22 ม.ค.2569 พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ที่ 46.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง จำนวน 3 จุด อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. 2 จุด และเขตทางหลวง 1 จุด จึงขอแนะนำให้กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และหากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์
ด้าน นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรของจังหวัด โดยกำหนดพื้นที่นำร่องใน อำเภอพนมทวน ครอบคลุม หมู่ที่ 1–4 ตำบลทุ่งสมอ พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโรง และหมู่ที่ 6–7 ตำบลพนมทวน พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่ รวมพื้นที่เป้าหมายประมาณ 12,000 ไร่ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน คลองส่งน้ำ 1 ซ้าย โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ และผู้นำชุมชนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในปี 2569 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน จะเริ่มปล่อยน้ำเข้าคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และคาดว่าน้ำจะเต็มพื้นที่นานำร่อง ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นจะปล่อยให้น้ำแห้งประมาณ 15 วัน เพื่อช่วยย่อยสลายตอซังข้าว ลดปัญหาข้าวดีดข้าวเด้ง ก่อนเริ่มทำนาได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเร็วขึ้นกว่าปกติและได้ประโยชน์มากกว่าการเผา เนื่องจากช่วยรักษาคุณภาพดินและเพิ่มธาตุอาหารจากการหมักตอซัง
ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำเป็นการดำเนินการแบบปีต่อปี หากในอนาคตตัวชี้วัดการเผาลดลง และมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอ ก็จะพิจารณาปล่อยน้ำเข้านาเร็วกว่าปกติเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ผู้นำท้องที่สร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรถึงประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ อำเภอทองผาภูมิ ที่ประชุมได้เห็นชอบ 6 มาตรการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก อาทิ การจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ระดับอำเภอ การเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ดับไฟ การปฏิบัติการเชิงรุกของฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชน และการรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายศราวุธ ศรีทันดร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ระบุว่า จังหวัดกาญจนบุรีได้ประกาศให้ทุกพื้นที่เป็น เขตควบคุมการเผา ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2568 ถึง 30 เม.ย.2569 โดยผู้ที่มีความจำเป็นต้องเผาในที่ดินทำกิน ต้องขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย


