นครพนม-“อนุทิน” เปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งชิงเก้าอี้ สส.ภาคอีสานอย่างเป็นทางการ ประเดิมเวทีแรก จ.นครพนม ชู “ศักดิ์ศรีประชาชน”ผ่านโครงการคนละครึ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันข้าวคุณภาพ–ต่อยอดเศรษฐกิจ ขอความไว้วางใจเลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด
วันนี้( 21 ม.ค.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลาราชการลงพื้นที่จังหวัดนครพนมตลอดทั้งวัน เปิดฉากการหาเสียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นทางการ นำทัพช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ครบทั้ง 4 เขต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในหลายพื้นที่
การลงพื้นที่เริ่มต้นที่อำเภอนาแก นายอนุทินขึ้นเวทีปราศรัย ย้ำถึงความผูกพันที่มีต่อชาวนครพนมมาอย่างยาวนาน พร้อมชี้ว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักการทำงานใกล้ชิดพื้นที่และรับฟังปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเกษตรกรและชาวนา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ พรรคจึงมุ่งผลักดันนโยบายยกระดับราคาข้าวไทยให้จำหน่ายในฐานะ “ข้าวคุณภาพ” มีมูลค่าสูง ไม่ใช่วัตถุดิบราคาต่ำ พร้อมสร้างความสามารถในการแข่งขันและที่ยืนอย่างมั่นคงให้ข้าวไทยในตลาดโลก
ด้านเศรษฐกิจ นายอนุทินกล่าวถึงแนวคิด “ศักดิ์ศรีประชาชน” ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระบบ มากกว่าการแจกเงิน พร้อมย้ำว่า หากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าต่อยอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
ในด้านสาธารณสุข นายอนุทินยกตัวอย่างโครงการฟอกไตฟรี ซึ่งเริ่มต้นจากจังหวัดนครพนม ก่อนขยายผลเป็นนโยบายระดับประเทศ พร้อมประกาศจัดสรรงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลนาแก ยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุข และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ช่วงบ่าย นายอนุทินและคณะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนบ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางการเมือง มีประชาชนจากอำเภอนาหว้าและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมรับฟังกว่า 3,000 คน โดยขอแรงสนับสนุนให้ ดร.ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 1 พร้อมเดินตลาดสดเทศบาลตำบลศรีสงคราม พบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น
นายอนุทินกล่าวย้ำบนเวทีว่า การเมืองที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงคำปราศรัยบนเวที แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงานที่จับต้องได้และความต่อเนื่องในการดูแลประชาชน พร้อมขอให้ชาวนครพนมมอบความไว้วางใจให้ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย เพื่อเข้าไปทำงานพัฒนาพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนให้กับจังหวัดนครพนมและประเทศในระยะยาว


