xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส "เอลี่ยนสปีชีส์" ในไต้หวัน กับร่องรอยเส้นทางสายปลาสวยงาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในศตวรรษที่ 21 ปัญหาเอเลี่ยนสปีชีส์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง หากแต่เป็นวิกฤตด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นแทบทุกภูมิภาคของโลก เช่นกรณีปลาสิงโต (Lionfish) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกและอินโดแปซิฟิก แต่กลับแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลแคริบเบียน จนทำลายสมดุลแนวปะการังอย่างกว้างขวาง 

เช่นเดียวกับ หอยม้าลาย (Zebra mussel) จากยุโรปตะวันออก ที่ถูกพัดพาไปกับเรือเดินสมุทรและน้ำถ่วงเรือ (หรือน้ำอับเฉา) ก่อนจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน้ำจืด และโครงสร้างพื้นฐานในทวีปอเมริกาเหนืออย่างประเมินค่าไม่ได้

 เบื้องหลังการรุกรานข้ามทวีปเหล่านี้แม้จะมีหลายปัจจัยแต่หนึ่งในต้นเหตุซ้ำซากที่นักวิชาการทั่วโลกชี้ตรงกันคือการค้าขายสัตว์น้ำและวงการปลาสวยงาม ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเครือข่ายลำเลียงสปีชีส์ข้ามพรมแดนโดยไม่ตั้งใจ และกรณีของไต้หวันกับการปรากฏตัวของปลาหมอคางดำก็คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ชัดเจนของปัญหาระดับโลกนี้


การปรากฏตัวของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) บริเวณชายฝั่งเมืองเกาสง ทางตอนใต้ของไต้หวันที่มีรายงานช่วงปลายปี 2025 คือสัญญาณเตือนภัยอีกครั้งของระบบนิเวศทางทะเลในเอเชียตะวันออก รายงานวิจัยล่าสุดในวารสาร Marine Pollution Bulletin (2026) โดย Lin และคณะ ยืนยันว่านี่คือการบันทึกการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในธรรมชาติครั้งแรกที่อยู่เหนือสุดของเส้นละติจูดเท่าที่เคยมีมาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก


ปลาหมอคางดำมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในแอฟริกาตะวันตก มีพฤติกรรมการกินอาหารตั้งแต่แพลงก์ตอนพืชไปจนถึงไข่ปลาและลูกกุ้ง จากการสำรวจในไต้หวัน คณะผู้วิจัยพบตัวอย่างปลาหมอคางดำที่มีขนาดหลากหลาย แต่นักวิจัยเก็บตัวอย่างปลาขนาดตั้งแต่ 106 ถึง 142 มม. จำนวน 13 ตัว สำหรับการพิสูจน์สปีชีส์ด้วยวิธีสัณฐานวิทยาและการทำดีเอ็นเอบาร์โค้ด โดยปลาในกลุ่มที่ยาวเกิน 130 มม. พบว่ามีอวัยวะสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ทั้งเพศผู้และเพศเมีย สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนว่าพวกมันตั้งถิ่นฐานประชากรรุกราน (Established feral breeding population) ขึ้นอย่างถาวรแล้วในน่านน้ำไต้หวัน


ร่องรอยที่ชี้ชัด : วงการ "ปลาสวยงาม" คือจำเลยสำคัญ?

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในงานวิจัยฉบับนี้คือการวิเคราะห์ "เส้นทางการรุกราน" (Invasion Pathway) แม้ว่าในหลายประเทศปลาชนิดนี้จะถูกมองว่าเป็นผลผลิตที่หลุดรอดจากอุตสาหกรรมการประมงหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อบริโภค แต่สำหรับกรณีของไต้หวัน คณะผู้วิจัยได้ให้เหตุผลที่มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือว่า "วงการปลาสวยงาม" คือตัวการหลัก

เหตุผลสนับสนุนประการแรกคือตำแหน่งที่พบการระบาด เมืองเกาสงและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงและส่งออกปลาสวยงามเขตร้อนที่สำคัญระดับโลก สอดคล้องกับสถิติในอดีตที่ระบุว่าปลาในกลุ่มซิคลิค (Cichlid) หลากหลายชนิดที่รุกรานแหล่งน้ำในไต้หวัน เช่น ปลาหมอสีมานากวนเซ่ (Parachromis managuensis) หรือปลาหมอเรดเฮด (Vieja melanurus) ล้วนมีต้นตอมาจากธุรกิจปลาสวยงามทั้งสิ้น

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ทางโมเลกุลด้วยวิธี DNA Barcoding (ยีน COI) ยืนยันว่าลำดับเบสของปลาหมอคางดำที่พบในไต้หวันมีความเหมือน 100% กับกลุ่มประชากรที่พบในฟิลิปปินส์ (KM212014–KM212016) ความเชื่อมโยงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่ชี้ให้เห็นว่ามีการโยกย้ายของสายพันธุ์ปลาผ่านการค้าขายสัตว์น้ำสวยงามระหว่างประเทศ ก่อนที่จะเกิดการหลุดรอดผ่านน้ำทิ้งจากโรงเพาะเลี้ยง หรือการปล่อยโดยเจตนาเมื่อผู้เลี้ยงไม่ต้องการดูแลต่อ

งานวิจัยยังได้อ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชาวประมงและเกษตรกรในไต้หวัน ที่ปลาหมอคางดำได้เข้าไปในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผ่านทางน้ำเข้าและกินลูกปลาลูกกุ้งจนสร้างความเสียหายให้เกษตรกรมหาศาล ขณะที่ในแหล่งน้ำธรรมชาติพวกมันเข้าไปแย่งที่อยู่อาศัยและอาหารของปลาท้องถิ่นอย่างปลากระบอก (Mugil cephalus) และปลาตาเหลือกยาว (Megalops cyprinoides)


บทเรียนถึงประเทศไทยในเชิงนิเวศวิทยาการระบาด (Invasive ecology) การระบาดของปลาหมอคางดำในไต้หวันย้ำเตือนว่า เมื่อใดที่เอเลี่ยนสปีชีส์สามารถสร้างประชากรใหม่สำเร็จ การกำจัดให้หมดไปนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ (Nearly Impossible) สิ่งที่ทำได้คือการควบคุมความหนาแน่นเพื่อลดความเสียหายต่อระบบนิเวศเท่านั้น และเมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ประสบการณ์ที่ผ่านมาเราพบ "สัตว์ต่างถิ่น" ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติซึ่งมีต้นกำเนิดชัดเจนจากวงการปลาสวยงามมาแล้วนับไม่ถ้วน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ

1. กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแฟชั่นการเลี้ยงยอดฮิต ก่อนจะถูกนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติจนกลายเป็นคู่แข่งของสัตว์น้ำท้องถิ่น
2. ปลาซักเกอร์ (Sucker Fish) หรือปลาเทศบาลที่ถูกนำเข้าเพื่อทำความสะอาดตู้ปลา แต่เมื่อหลุดรอดลงแหล่งน้ำกลับแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว แย่งอาหารและทำลายไข่ปลาพื้นเมืองจนระบบนิเวศปั่นป่วน

ดังนั้น ในกรณีของปลาหมอคางดำในประเทศไทย แม้หลายฝ่ายจะพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ แต่จากบทเรียนในไต้หวัน เราไม่ควรมองข้ามหรือละเลยประเด็น "วงการปลาสวยงาม" และ "การปล่อยปลาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์" ของประชาชนทั่วไป เพราะเพียงแค่การปล่อยปลาเพียงไม่กี่คู่จากตู้เลี้ยงแต่บ่อยครั้ง เป็นการเพิ่มศักยภาพการรุกราน (propagule pressure) จนอาจนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม มูลค่านับหมื่นล้านบาท ดังที่เกิดขึ้นแล้วในหลายๆประเทศ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยต้องมีมาตรการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า-ครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่นในวงการปลาสวยงามอย่างเข้มงวด ก่อนที่คำว่า "สายเกินไป" จะมาถึงเราอีกครั้ง.
________________________________________
อ้างอิง : Lin, Y.-T., Lin, Y.-H., Shiu, Y.-W., & Han, Y.-S. (2026). Morphological and molecular evidence reveal the Sarotherodon melanotheron invasion off Taiwan, East Asia. Marine Pollution Bulletin


กำลังโหลดความคิดเห็น