นครปฐม – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม แถลงผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังตั้งด่านตรวจพบรถต้องสงสัยแสดงพิรุธ ตรวจค้นพบยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด ซุกซ่อนท้ายรถ รับสารภาพลำเลียงจากนครปฐมไปส่งปลายทางภาคใต้ ได้ค่าจ้าง 1.5 แสนบาท ตำรวจเตรียมขยายผลเครือข่ายและยึดทรัพย์
วันนี้ (19 ม.ค.) พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม และชุดคลี่คลายคดี ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 399,600 เม็ด รถยนต์ และทรัพย์สินหลายรายการ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
พล.ต.ท.พิสิฐ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส และ น.ส.นูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส พร้อมของกลางยาบ้า 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร โดยแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน รวมทั้งข้อหาเสพยาเสพติดและขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกาย
ด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้าด่านและแสดงท่าทางผิดปกติ จึงเรียกตรวจสอบ ก่อนตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่บริเวณท้ายรถ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ไปส่งปลายทางที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้ค่าจ้างรวม 150,000 บาท และได้รับเงินมัดจำแล้ว 10,000 บาท ขณะที่การตรวจปัสสาวะพบว่าผู้ต้องหารายหนึ่งมีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนอีกรายไม่พบสารเสพติด
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีต้นทางเชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนกระจายสู่ภาคใต้ ขณะนี้ได้สั่งการให้เร่งขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการและตัวการรายใหญ่ต่อไป


