กาญจนบุรี – ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ย้ำเตือนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมืองทุกพรรค ห้ามนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงโดยเด็ดขาด พร้อมกำชับผู้ประกอบอาชีพสื่อมวลชน–นักแสดง ห้ามใช้ความสามารถในอาชีพเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครรายอื่น ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ ( 14 ม.ค.) ร.ต.อ.พงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงกฎกติกาและข้อพึงระวังในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 โดยเน้นย้ำว่า ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ห้ามนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งโดยเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่สำคัญสำหรับผู้สมัคร อาทิ
1.การใช้ผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัครต้องแจ้งรายละเอียดผู้ช่วย หน้าที่ และค่าตอบแทนต่อผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดก่อนเริ่มดำเนินการ สามารถจัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้ได้ตามสมควร และต้องจ่ายค่าตอบแทนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
2.ข้อห้ามในการหาเสียง ห้ามใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว ปลุกระดม ห้ามแจกเอกสารด้วยการวางหรือโปรยในที่สาธารณะ และห้ามให้เงินหรือทรัพย์สินที่คำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่าง ๆ
3.ข้อจำกัดสำหรับอาชีพสื่อและนักแสดง ห้ามใช้ความสามารถในอาชีพเพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้ผู้สมัครรายอื่น เว้นแต่จะเป็นการหาเสียงให้ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์การแสดงประกอบ
ร.ต.อ.พงศ์บัณฑิต ระบุว่า ผู้สมัครแบบแบ่งเขตสามารถมีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คนต่อเขต และสามารถเปลี่ยนตัวผู้ช่วยได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมด
ผอ.กกต.กาญจนบุรี กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งทั่วไป ผู้สมัครควรระมัดระวังการหาเสียงและหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการแจกเงินเพื่อซื้อเสียง ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิด กกต.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พร้อมฝากถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง ให้พิจารณาลงคะแนนจากนโยบายของพรรคการเมืองที่สามารถพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า การเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยจากการซื้อเสียง จะทำให้ประชาธิปไตยไร้ความหมาย
สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มี 13 อำเภอ แบ่งออกเป็น 5 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.จำนวน 5 ที่นั่ง มีผู้สมัครครบทั้ง 5 เขต จาก 14 พรรคการเมือง รวม 39 คน แบ่งเป็น เขต 1 จำนวน 10 คน เขต 2 จำนวน 9 คน เขต 3 จำนวน 6 คน เขต 4 จำนวน 7 คน และเขต 5 จำนวน 7 คน โดย กกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรับรองแล้วเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดย กกต.คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่า 80% เนื่องจากประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความสนใจสถานการณ์ทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมาก


