สมุทรสงคราม - หาเสียงเลือกตั้ง 69 สมุทรสงคราม คึกคัก “นายกชัย” จิระ แก้วมณี ผู้สมัคร สส.สมุทรสงคราม เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม อีกหนึ่งตัวเต็ง เปิดใจสู่สนามการเมืองระดับชาติ หลังโชว์ผลงานนายก อบต.คลองโคน 6 สมัย พัฒนาพื้นที่จากทุรกันดารสู่ต้นแบบท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชูประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมเป็นกระบอกเสียงคนแม่กลองในสภา
นายจิระ แก้วมณี อายุ 59 ปี หรือที่ชาวแม่กลองรู้จักกันในนาม “นายกชัย” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสมุทรสงคราม เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม เปิดเผยเหตุผลการตัดสินใจก้าวสู่สนามการเมืองระดับชาติ หลังทำงานบริหารท้องถิ่นในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองโคนมาอย่างต่อเนื่องถึง 6 สมัย รวมระยะเวลากว่า 20 ปี
นายจิระ ระบุว่า ประสบการณ์การทำงานและผลงานเชิงประจักษ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือคำตอบของการเป็น “คนทำงานจริง” ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนทั้งจังหวัดสมุทรสงคราม อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากเครือข่ายผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ในจังหวัด ซึ่งเห็นถึงความตั้งใจจริง ความจริงใจ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผลงานที่ชัดเจนที่สุด คือการพัฒนาตำบลคลองโคน ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหลายสายถูกน้ำทะเลท่วมในช่วงน้ำขึ้น การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางพื้นที่ประชาชนต้องใช้เรือแทนรถยนต์ ขณะที่ระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึงกว่าครึ่งของตำบล
นายจิระ กล่าวว่า จากผลงานดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนเชื่อมั่นว่า หากได้ทำหน้าที่ในฐานะ สส. จะสามารถใช้อำนาจหน้าที่ในการประสานงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ได้อย่างสอดคล้อง พร้อมเชื่อมโยงกลไกการทำงานในระดับชาติ เพื่อเข้าไปปลดล็อกปัญหาให้กับคนสมุทรสงครามได้มากกว่าการทำงานอยู่เฉพาะในระดับท้องถิ่น
ในฐานะผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่คลองโคน นายจิระ ยังเปิดเผยถึงแผนการนำโมเดลการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถสร้างรายได้จริงให้กับชุมชน ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของชาวประมงพื้นบ้านและเกษตรกรในวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ รวมถึงการผลักดันขยายเขตน้ำประปาส่วนภูมิภาคให้ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด
นายจิระ ยังกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดสมุทรสงครามว่า แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ด้านประมงและระบบนิเวศสูง แต่เกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้านยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมายและปัญหาทรัพยากรที่เสื่อมโทรม จึงมีความจำเป็นต้องผลักดันกฎหมายและนโยบายในระดับชาติ เพื่อคืนสิทธิและเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยพร้อมทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ของคนสมุทรสงครามในสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนกระแสข่าวการได้รับแรงสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น นายจิระ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่อื่นที่อาจยังไม่เคยร่วมงานกันมั่นใจว่า “จิระ แก้วมณี” จะเป็นผู้แทนของคนสมุทรสงครามทั้งจังหวัด ไม่ใช่เพียงตัวแทนของตำบลคลองโคน หรือกลุ่มคนทำงานท้องถิ่นเท่านั้น
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครกลุ่มตัวเต็งทั้ง 3 คน เริ่มมีความคึกคัก โดยนายอานุภาพ “กล้า” ลิขิตอำนวยชัย เบอร์ 5 พรรคประชาชน ช่วงแรกเน้นการลงพื้นที่พบปะประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน และการยืนปราศรัยเดี่ยวตามสี่แยกไฟแดง
ด้านนายธนธัส “เอส” ขุนนุช เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย นอกจากการลงพื้นที่พบปะชาวบ้านแล้ว ยังมุ่งเป้าไปยังตลาดนัดและชุมชนที่มีประชาชนจำนวนมาก ขณะที่นายจิระ “นายกชัย” แก้วมณี เบอร์ 1 พรรคกล้าธรรม เลือกเน้นการทำงานกับเครือข่ายท้องถิ่นและกลุ่มประมงเป็นหลัก
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผู้สมัครแต่ละรายจะงัดกลยุทธ์ออกมาช่วงชิงคะแนนกันอย่างเข้มข้น โดยบทสรุปสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวสมุทรสงครามผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง


