พระนครศรีอยุธยา – มือดีลอบพ่นสีสเปรย์บนกำแพงโบราณสถานแนวพระราชวังโบราณ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พบข้อความปริศนา 3 จุด พร้อมขยะและร่องรอยมั่วสุม ด้าน ผอ.อุทยานฯ สั่งเร่งแก้ไขทันที พร้อมเตือนผู้กระทำผิดเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.โบราณสถาน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
วันนี้( 12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าพบการพ่นสีสเปรย์บนกำแพงโบราณสถานสำคัญ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณแนวกำแพงพระราชวังโบราณ ฝั่งติดวัดธรรมมิกราช ใกล้ประตูศรีไชยศักดิ์ ประตูสวรรค์พิจิตรา และประตูสมณพิศาล
บริเวณกำแพงพบรอยพ่นสีสเปรย์สีบรอนซ์เงิน เป็นตัวอักษร “วทอย ATC” และ “STO7” รวม 3 จุด นอกจากนี้ยังพบเศษขยะจำนวนมาก อาทิ กล่องโฟม ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม และซองพลาสติกใสหลายซอง ภายในมีเศษผงคล้ายกัญชา รวมถึงก้นบุหรี่ที่ฉีกผสมกับกัญชา อีกทั้งบนแนวกำแพงยังพบการนำอิฐมาก่อเป็นลักษณะเตาเผา มีท่อนฟืนวางไว้ใกล้กัน และพบแนวลวดหนามกั้นพื้นที่ถูกตัดขาด
ต่อมา นายธนายุ แสงฟ้า นายช่างโยธาชำนาญงาน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เข้าทำความสะอาดลบรอยสีสเปรย์ ซึ่งพบว่าสีไม่ฝังลึกลงในเนื้ออิฐ เนื่องจากมีคราบตะไคร่น้ำและฝุ่นเกาะอยู่ ทำให้สามารถขัดออกได้ แม้บางจุดในซอกอิฐจะทำได้ยาก พร้อมกันนี้ได้ซ่อมแซมแนวรั้วลวดหนามที่ถูกตัด ใช้เวลาปฏิบัติงานราว 1 ชั่วโมง
นักศึกษาที่นั่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เคยเห็นกลุ่มนักศึกษาเข้าไปนั่งรวมกลุ่มบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นโบราณสถานสำคัญและแหล่งท่องเที่ยว หากพบเห็นจะพยายามตักเตือน เพราะไม่ควรกระทำ
ด้าน นายชูศักดิ์ ศรีคงคา อายุ 61 ปี พ่อค้าของที่ระลึกบริเวณวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร ซึ่งค้าขายมานานกว่า 40 ปี กล่าวว่า การพ่นสีบนโบราณสถานเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายภาพเผยแพร่ คาดว่าผู้กระทำอาจเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มนักศึกษา พร้อมฝากเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เนื่องจากเป็นการทำลายโบราณสถานและมีความผิดตามกฎหมาย
นายภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การขีดเขียนหรือพ่นสีบนโบราณสถาน ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ซึ่งห้ามขีดเขียน ทิ้งขยะ หรือปีนป่าย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ปรับตั้งแต่ 10,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 เดือน เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการล้างทำความสะอาดและซ่อมแซมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติสำคัญของชาติ หากพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ของไทยให้คงอยู่สืบไป


