xs
xsm
sm
md
lg

“ซาบีดา”ลุยนครสวรรค์!นำหลานชาดา-ทายาทสาวตระกูลดังปากน้ำโพ สองผู้สมัคร ภท.ขอคะแนนหน้าค่ายจิรประวัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครสวรรค์ – “ซาบีดา” นำทีมพา “ชานนท์ หลานชายชาดา-ภัทราวดี นิโรจน์” สองผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย นครสวรรค์ ลงตลาดหน้าค่ายจิรประวัติ ลุยขอคะแนนเสียงเลือกตั้งทั้งคนทั้งพรรค


วันนี้(10 ม.ค.69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย นำทีมนายชานนท์ ไทยเศรษฐ์ อายุ 40 ปี หลายชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดนครสวรรค์ หมายเลข 3 และ นางสาวภัทราวดี นิโรจน์ อายุ 38 ปี ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดนครสวรรค์ หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ณ ตลาดค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งเขต 1 และเขต 2 พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามกำหนด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกพรรคและผู้สมัครที่ประชาชนไว้วางใจ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางประเทศในอนาคต

ซึ่งนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ เรื่องความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนควบคู่กัน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ประเด็นด้านการศึกษาถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยมุ่งวางรากฐานอนาคตของประเทศอย่างเป็นระบบ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งในระยะยาว


นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า หากได้กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอีกครั้ง จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านวัฒนธรรมที่เคยเริ่มต้นไว้ แต่ต้องชะงักลงเนื่องจากการยุบสภา โดยเฉพาะการส่งเสริมกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่สากลอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาสินค้าวัฒนธรรมให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันสินค้าวัฒนธรรมไทยสู่ตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต จึงมีแผนเพิ่มศักยภาพการผลิต ให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม อาทิ การส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงการสำรวจและบูรณะโบราณสถาน โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณชายแดน ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศเป็นลำดับแรก






กำลังโหลดความคิดเห็น