กาญจนบุรี - ป.ป.ช.ภาค 7 ร่วมจังหวัดกาญจนบุรีและทุกภาคส่วน หารือสถานการณ์แรงงานข้ามชาติ วางแนวทางป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการ ชี้หากแก้ตั้งแต่ต้นทางช่วยลดปัญหาเชิงโครงสร้างและผลกระทบด้านความมั่นคง
วันนี้ ( 8 ม.ค.) นายจักรกฤช ตันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 7 พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี เข้าพบหารือร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี กอ.รมน. ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กองพลทหารราบที่ 9 จัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี ที่ทำการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงภาคเอกชน ได้แก่ หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี
สาระสำคัญของการหารือ มุ่งรับทราบสถานการณ์จริง ปัญหา และอุปสรรคในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ พร้อมซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ปัญหาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายมีสาเหตุสำคัญจากการทุจริตหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายนายหน้าข้ามชาติ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อเนื่องในหลายมิติ
ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรีถือเป็นพื้นที่สำคัญในเขตภาค 7 ที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อช่วยลดหรือยับยั้งความเสี่ยงต่อการทุจริตในระบบ
จากการหารือ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงในพื้นที่ พร้อมสะท้อนข้อจำกัดในการดำเนินการตามแนวทางเชิงนโยบายบางประการ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในอดีต และสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่มีความเห็นร่วมกันว่า ควรมีการจัดตั้งศูนย์แรกรับแรงงานข้ามชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และเป็นศูนย์กลางให้ภาคเอกชนสามารถคัดเลือกแรงงานตามความต้องการได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลักลอบเข้าเมือง และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ได้ในระยะยาว
ในโอกาสนี้ ผู้แทนสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม สำนักงาน ป.ป.ช. จะนำข้อเสนอแนะจากการประชุมไปศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะรัฐมนตรีพิจารณาในโอกาสต่อไป


