ประจวบคีรีขันธ์ – ชาวบ้านป่าละอูเดือดร้อนหนัก หลัง “บุญมี” ช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หวนกลับเข้าพื้นที่อีกครั้ง บุกพังบ้านเรือนเสียหาย 2 หลังซ้อนกลางดึก นายอำเภอหัวหินลงพื้นที่เร่งประเมินความเสียหาย พร้อมหารือแนวทางเคลื่อนย้ายออกนอกชุมชน
วันนี้ (2 ม.ค.) นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายโอฬาร กำพร กำนันตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ นายปานทิพย์ มากอิ่ม ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายบ้านของ ป้าส้มจีน ช่อเกตุ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ หมู่ 5 บ้านเฉลิมพร ซึ่งถูกช้างป่าขนาดใหญ่พังผนังห้องเก็บของที่ก่อด้วยอิฐบล็อกจนพังยับ ทรัพย์สินภายใน อาทิ ตู้เย็น ได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ รวมทั้งแตงโมและน้ำดื่มถูกช้างรื้อกินไป
ป้าส้มจีน เปิดเผยว่า โชคดีที่คืนเกิดเหตุไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยในปีที่ผ่านมาเคยถูกช้างป่าบุกพังบ้านมาแล้วกว่า 10 ครั้ง และปีนี้เริ่มกลับมาก่อเหตุอีก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาและซ่อมแซมความเสียหา
ขณะเดียวกัน ยังพบความเสียหายอีกจุดที่บ้านของ นายไพโรจน์ พรมดี อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 330 หมู่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา โดยเล่าว่า คืนวันที่ 1 มกราคม ขณะนอนหลับอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนพบว่าช้างป่าบุกพังผนังอิฐบล็อก ประตูบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ภายในเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งข้าวสาร 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม ถูกช้างกินไป โดยช่วงหนึ่งช้างเข้ามาใกล้เตียงนอนจนต้องเตรียมเปิดหน้าต่างหนีเอาชีวิตรอด
เบื้องต้น นายอำเภอหัวหินได้มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ เข้าประเมินความเสียหาย เพื่อเสนอแนวทางเยียวยาและซ่อมแซม พร้อมกำชับให้ชุดเฝ้าระวังช้างป่าเพิ่มความถี่ในการออกตรวจลาดตระเวนช่วงกลางดึก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าช้างป่าที่ก่อเหตุคือ “บุญมี” ซึ่งเคยหายออกจากพื้นที่ไปหลายเดือน และเพิ่งกลับเข้ามาในป่าละอูอีกครั้ง โดยนายอำเภอหัวหิน ระบุว่า จะประสานไปยังผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เพื่อหารือแนวทาง เคลื่อนย้าย “บุญมี” ออกจากพื้นที่ชุมชน เนื่องจากเป็นช้างที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่มานานหลายปี


