xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ภาค5รวบกลางเมืองเชียงใหม่5ผู้ต้องหาม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมเงินสด2.9แสนบาท เตรียมส่งต่อบอสชาวจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - ตำรวจภาค 5 รวบม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 5 ผู้ต้องหา พร้อมของกลางเงิน 290,000 บาท คาหน้าธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่ หลังเพิ่งเบิกเงินสดที่หลอกให้ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีและเตรียมส่งต่อให้บอสชาวจีน เร่งขยายผลทลายเครือข่าย


วันนี้(29 พ.ย.68) รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 และ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันสืบสวนและจับกุมแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์ ที่ลักลอบเบิกถอนเงินที่ได้จากเหยื่อแล้วส่งต่อให้บอสชาวจีน โดยสามารถจับกุมได้ในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.68 ผู้ต้องหารวม 5 คน พร้อมเงินสด 290,000 บาท ,สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสว่ามีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนหลบหนีมาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มนี้ทำหน้าที่เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่รับโอนมาจากผู้เสียหานแล้วส่งต่อให้หัวหน้าแก๊งหรือบอสชาวจีน

ทั้งนี้ชุดสืบสวนได้ติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบว่ามีการเคลื่อนตัวไปบริเวณตลาดมีโชค อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เฝ้าสังเกตพฤติการณ์พบผู้ทำหน้าที่เบิกถอนเงินหรือม้ากดเงิน จำนวน 2 คน และคนคุมม้า จำนวน 3 คน รวมทั้งหมด 5 คน ได้ทำการถอนเงินที่ธนาคารออมสิน สาขารวมโชค จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าเพิ่งถอนเงินสดออกมาได้ 290,000 บาท และจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย น.ส.รัตติญา กล้าหาญ,น.ส.ทิพวรรณ อิ่นคำ ,น.ส.นพรัตน์ ชัยคะตุ ,นางอาพร คำเป็ง และนายธงชัย คำเป็ง พร้อมของกลางส่งดำเนินคดี


โดยผู้ต้องหาที่ 1-3 ดำเนินคดีฐานความผิด “ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขาย บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา (ม.10) , ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ” ส่วนผู้ต้องหาที่ 4-5 ดำเนินคดีฐานความผิด “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมีพฤติการณ์ที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ม.๙) , เป็นสมาชิกคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายผู้นั้นกระทำความผิดฐานอั้งยี่”

เบื้องต้นผู้ต้องหาบางรายรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้ถอนเงินผ่านบัญชีที่ผู้อื่นเปิดไว้ โดยมีผู้สั่งการผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอ้างว่าเป็นเงินจากบริษัทที่หลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งหลังจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิทางกฎหมายก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป.




กำลังโหลดความคิดเห็น