พระนครศรีอยุธยา - อุทยานฯ ร่วมกองทัพ-ปภ. ติดตั้งกำแพงกันน้ำแบบพับเก็บได้ เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม
วันนี้ ( 31 ส.ค.) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมโบราณสถาน โดยเฉพาะบริเวณ วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มจัดตั้งแนวบังเกอร์และกำแพงกันน้ำแบบพับเก็บได้รอบโบราณสถาน เพื่อเสริมความมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำท่วม พร้อมกันนี้ยังมีการตรวจสอบอุปกรณ์และระบบป้องกันน้ำต่าง ๆ อาทิ เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่สำคัญ โดยมีการวางแผนเสริมแนวป้องกันน้ำในจุดเสี่ยง และจัดเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
แม้ว่าปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่ล้นตลิ่ง และยังไม่มีโบราณสถานได้รับผลกระทบโดยตรง แต่อุทยานฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. เขื่อนเจ้าพระยา (C.13) จังหวัดชัยนาท ได้มีการระบายน้ำที่อัตรา 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การคาดการณ์ในช่วง 3 วันข้างหน้า ระบุว่าปริมาณน้ำจากสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ยังคงทรงตัว แต่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้มการไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนในอัตราระหว่าง 1,200 – 1,500 ลบ.ม./วินาที
ด้านระดับน้ำในคลองบางบาลและคลองบางหลวง เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก เพื่อป้องกันไม่ให้โบราณสถานสำคัญได้รับความเสียหาย