ศูนย์ข่าวศรีราชา- ตำรวจพนัสนิคม นำตัวสาวสองงัดตู้เซฟกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี กวาดเงินสด-ทองคำทำบุญเกือบ 10 ล้านหนี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพพบประวัติโชกโชน เห็นพระอาจารย์ถึงขั้นก้มกราบเท้า เตรียมล่าตัวผู้ร่วมขบวนการดำเนินคดี
จากกรณีที่มีคนร้ายดอดเข้างัดตู้เซฟภายในกฏิเจ้าอาวาสวัดมามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี กวาดเงินสดและทองคำจำนวนมาก รวมมูลค่าเกือบ 10ล้าบบาทหลบหนี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้มาจากการทำบุญของญาติโยม เพื่อให้ทางวัดนำไปใช้สำหรับ
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ธรรมรัฐ อัครไชยพงศ์ ผกก.สภ.พนัสนิคมได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบว่ามีประวัติในลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้วในพื้นที่จ.อุบลราชธานี จึงรวบรวบรวบพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ
จนติดตามตัวได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมรถยนต์เก๋งฮอนด้า Civic สีดำ ทะเบียน 5 ขฏ 4319 กทม.ขณะกำลังจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน และสารภาพว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลการจับกุมนั้น
วันนี้ (30 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพนัสนิคม ได้คุมตัว นายภาณุพงศ์ ลครศรี (บอย ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสองมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม พร้อมของกลางหลายรายการ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุภายในวัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี รวมทั้งบริเวณกุฎิ พระครูวิจิตรธรรมรัตน์ (พระอาจารย์ขวัญชัย )เจ้าอาวาสวัดนามะตูม
โดย นายบอย ได้ก้มกราบเท้าพระอาจารย์ฯ พร้อมกล่าวคำขอโทษ ซึ่งพระอาจารย์ ได้ลูบหัว นายบอย เบาๆและบอกว่าทุกคนให้อภัยและจงกลับไปรับกรรมกับสิ่งที่ได้ทำ หากพ้นโทษแล้วก็ขอให้กลับตัวเป็นคนดี
ขณะที่ พระครูวิจิตรธรรมรัตน์ หรือพระอาจารย์ขวัญชัย ได้ชี้แจงรื่องทองคำและเงินสดที่เก็บไว้ในกุฎิ ว่าเป็นทองคำที่ญาติโยมได้ร่วมกันบริจาคเพื่อทำบุญสร้างยอดเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ และสร้างพระ โดยมีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเททองหล่อพระไปบางส่วนแล้ว จนเหลือทองอีกประมาณ 2 กิโลกรัม
และยังมีเงินสดที่ต้องเตรียมไว้ใช้จ่ายสำหรับค่าช่างเททองหล่อพระ และค่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ภายในวัด
" ยืนยันว่าทรัพย์สินทั้งหมดไม่ใช่เป็นของเจ้าอาวาส แต่ที่ต้องเก็บไว้ในกุฎิเพราะบางส่วนก็ต้องมอบให้กับวัดอื่นไว้ใช้เททองหล่อพระด้วยเหมือนกัน อยากให้ญาติโยมเข้าใจว่าเป็นของที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญไว้เททองหล่อพระเพื่อบำรุงพุทธศาสนา" พระอาจารย์ขวัญชัย กล่าว