นครพนม-จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวสะเทือนขวัญในเมียนมา ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ในกรุงเทพมหานคร พังถล่มลงมา นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของจังหวัดนครพนม เมื่อนายบุญรอด โอทาตะวงค์ หรือ "หลอด" หนุ่มวัย 33 ปี ต้องจบชีวิตลงใต้ซากปรักหักพัง
โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 02.20 น. ร่างของนายหลอดได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิด ณ บ้านเลขที่ 221 หมู่ 6 บ้านคำสว่าง ตำบลวังตามัว อำเภอเมืองนครพนม ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้อง โดยมีพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาเป็นเวลา 2 คืน
ล่าสุดวันนี้( 3 เม.ย.)เวลา 13.30 น. ได้มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพนายหลอด ณ วัดบ้านคำสว่างสามัคคีธรรม โดยมีนายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยตัวแทนจากมณฑลทหารบกที่ 210 และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมในพิธี
อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะยังมีแรงงานชาวนครพนมอีก 2 คน ที่ยังคงสูญหาย ยังค้นหาไม่เจอ คือ นายจักรกฤษณ์ ศิลารักษ์ หรือ "จักร" อายุ 17 ปี และนายเอกชัย อินทรักษ์ หรือ "จุ๊" ซึ่งการค้นหายังคงดำเนินต่อไป
นางแต๋ว ยืนนาน ผู้เป็นแม่ของนายจักรกฤษณ์ ยังคงเฝ้ารอคอยปาฏิหาริย์ แม้จะมีความหวังริบหรี่ โดยภาวนาให้ลูกชายและแรงงานที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารปลอดภัย
นายภานุวัฒน์ ศรีอ่าง หัวหน้าชุดคนงานที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ นายจักรกฤษณ์ได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำที่ชั้น 10 ก่อนที่อาคารจะถล่มลงมา ส่วนนายบุญรอดและนายกิตติพร หลบหนีออกมาไม่ทัน จึงเสียชีวิต
นายภานุวัฒน์เชื่อว่า นายจักรกฤษณ์น่าจะพยายามหลบหนีผ่านทางบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดของอาคาร เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวนครพนมเป็นอย่างมาก และทุกคนยังคงภาวนาให้มีการพบผู้สูญหายที่เหลือโดยเร็ว