นครสวรรค์/เพชรบูรณ์ – ช็อตเปิดตัวนี่หน้าถอดสีทั้งแก๊ง..ป่าไม้ซ้อนแผน-ล่อซื้อ-จับคาหนังคาเขา อดีตผู้ใหญ่บ้านฯไพศาลี นครสวรรค์ พร้อมนายหน้าโพสต์ขายที่ป่ากว่า 300 ไร่บนเฟซบุ๊ก ปลอมตัวเป็น”เสี่ย”จนตายใจพาดูที่-ต่อรองเหลือราคา 3.5 ล้าน ก่อนส่งสัญญาณ จนท.รวบ
วันนี้(2 เม.ย.) นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ นายประทีป ปัญญาบุตร เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) สนธิกำลังสายตรวจป่าไม้สำนัก 4 สาขาพิษณุโลกและหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นว.4 (ห้วยน้ำลาด) นครสวรรค์ กว่า 20 คน เดินทางไปที่”ไร่ฉลองชัย”ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ เขตติดต่ออำเภอไพศาลี จ.นครสวรรค์ ที่มีการประการศขายบนเฟซบุ๊ก ระบุ..ขายที่ดิน ภบท 5. จำนวน 315 ไร่ มีบาดาล 3บ่อ สระ2 ลูก มีคลองธรรมชาติ ห่างจากลาดยาง3-4กม ทางเข้าเป็นถนนลูกรัง ห่างไฟฟ้า3-4 กม.ม.3 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผอ.สำนักป้องกัน กรมป่าไม้ ต้องปลอมตัวเป็น”เสี่ย” เจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว พร้อมคู่หู นายประทีป ผอ.ศูนย์ฯภาคเหนือ ซึ่งปลอมตัวเป็นนายหน้าติดต่อซื้อที่ดินจำนวน 315 ไร่ ตกลงไปดูที่ดินชายเขา ทำทีสนใจและตกลงรังวัดตรวจสอบพื้นที่-ต่อรองราคาเหลือเพียงไร่ละหมื่นกว่าบาท เหมายกแปลงจำนวน 3.5 ล้านบาท ผ่านนายหน้าซึ่งเป็นชายในพื้นที่คนหนึ่ง
ระหว่างนั้นได้ส่งสัญญาน ให้รถเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวน 4 คันบุกเข้าชาร์ทและจับกุมตัวทั้งหมด ซึ่งนายฉลอง อดีตผู้ใหญ่ต.วังข่อย อ.ไพศาลี นครสวรรค์ คนขายที่ดิน อ้างว่า พาเสี่ยมาดูพื้นที่เพื่อให้เช่าเพาะปลูก ไม่ได้ขาย ส่วนนายหน้าก็อ้างว่า เห็นมีเอกสารหลักฐานใบ ภบท.5 จึงนำไปขึ้นเฟซบุ๊กขายเพื่อหวังเงิน โดยไม่รู้ว่ามีความผิด
แต่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดไม่ปักใจเชื่อ นำทั้งคนขายและนายหน้า ไปสอบสวนที่หน่วยป้องกันฯ ห้วยน้ำลาด หมู่ 8 อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งผู้ต้องหายังให้การวกวนต่อการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กระทั่งนายประทีป ผอ.ศูนย์ฯป่าไม้ภาคเหนือ ได้เฉลยว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งที่ผ่านมาได้พูดคุยเจรจาจนเป็นเพื่อนสนิท โดยไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ทำให้นายฉลอง ถึงกับหน้าถอนสี ยอมรับว่า ตนเอง เป็นผู้ขายที่ดินให้กับเสี่ย หรือ ผอ.สำนักป้องกันฯ นั่นเอง
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายฉลอง ทำบันทึกสอบปากคำและส่งตัวไป สภ.วิเชียรบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนายหน้าได้สอบปากคำไว้เป็นพยานประกอบสำนวนก่อนแจ้งความดำเนินคดีข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขายผืนป่าในเฟซบุ๊กและปล่อยตัวไปก่อน