นครพนม - รอดตายจากตึก สตง.ถล่มราวปาฏิหาริย์ นายบุญสา-ลูกชายวัย 19 ปี พร้อมเพื่อนบ้านอีก 4 คนเดินทางถึงบ้านที่นครพนมแล้วท่ามกลางความดีใจของพ่อแม่ญาติพี่น้อง เผยวันเกิดเหตุทำงานอยู่ชั้น 5 จู่ๆ ก็รู้สึกวิงเวียนและเศษปูนร่วงจากเพดานเลยพากันวิ่งออกจากตึกอย่างไม่คิดชีวิต ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นตึกก็ทรุดถล่มต่อหน้าต่อตา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.ค่ำคืนที่ผ่านมา นายบุญสา ราศรี อายุ 51 ปี พร้อมลูกชายอายุ 19 ปี และเพื่อนแรงงานอีก 4 คน ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดที่บ้านคำสว่างน้อย ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตื้นตันของครอบครัวและญาติพี่น้องที่รอคอยการกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ พิธีผูกข้อมือเรียกขวัญถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน เพื่อต้อนรับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึก สตง.ทรุดถล่มเมื่อวันศุกร์ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา
นายบุญสา ช่างติดตั้งสปริงเกอร์ หนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงนาทีชีวิตที่ยังคงติดตาตรึงใจของเขาว่า หลังพักเที่ยง พวกตนเริ่มเตรียมงานที่ชั้น 5 แต่จู่ๆ ตนรู้สึกวิงเวียน และเห็นเศษปูนร่วงจากเพดาน ด้วยสัญชาตญาณรู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ จึงรีบตะโกนบอกเพื่อนๆ อีก 16 คนให้รีบหนีออกจากตึก พวกเราวิ่งลงบันไดหนีไฟจากชั้น 5 เร็วมากเพื่อให้ออกจากตึกไวที่สุด และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาอาคารทั้งหลังก็ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา พวกเรารอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่เพื่อนร่วมงานอีก 3 คนกลับหนีออกมาไม่ทัน
"เราออกมาได้ 13 คน แต่บุญรอด โอทาตะวงศ์ และกิตติพรจากอุดรธานีหนีไม่ทัน พวกเขาเสียชีวิตแล้ว ส่วนจักรกฤษณ์ ศิลารักษ์ยังสูญหาย ตอนนี้ยังหาร่างไม่เจอ ผมภาวนาให้พวกเขาปลอดภัย" นายบุญสากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ส่วนกรณีของข่าวลือเรื่องจำนวนแรงงานชุดเดียวกันไปทำงานที่ตึก สตง.มากถึง 20 คน นายบุญสายืนยันว่า พวกตนไปกันแค่ 16 คน เป็นคนคำสว่าง 14 คน อุดรธานี 1 คน และสกลนคร 1 คน ไม่ได้มี 20 คนตามข่าว"