บุรีรัมย์ - กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด และชาวบ้านหนองปล่อง อ.ชำนิ บุรีรัมย์ รวมพลังขึ้นป้ายต่อต้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ หวั่นก่อมลพิษทั้งฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียง น้ำเสีย และเสี่ยงอุบัติเหตุ ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ วิถีชีวิต การทำมาหากินและสิ่งแวดล้อม ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แฉนายทุนมัดมือชกนายทุนกว้านซื้อไว้หมดแล้ว พร้อมร่อนหนังสือเตรียมเปิดรับฟังความเห็น 31 มี.ค.นี้
วันนี้ (27 มี.ค. 68) กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด พร้อมตัวแทนชาวบ้านหนองปล่อง ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ได้รวมตัวกันออกมาแสดงพลังต่อต้าน พร้อมนำป้ายที่มีข้อความคัดค้านไม่เอาโรงงานน้ำตาล พ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล หลังมีกระแสว่าทางบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้มากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ และมีความพยายามเดินหน้าก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาล ขนาดกำลังผลิต 20,000 ตันอ้อย/วัน พร้อมโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 54 วัตต์ และล่าสุดทางบริษัทเอกชน ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัทที่จะดำเนินการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล ได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย ในวันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม 2568 ณ ศาลาประชาคม อำเภอชำนิ จ.บุรีรัมย์
ชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล ต่างบอกตรงกันว่าเกรงว่าจะก่อให้เกิดมลพิษทั้งฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียง น้ำเน่าเสีย และเสี่ยงอุบัติเหตุจากรถบรรทุกอ้อย หากมีการก่อสร้างก็จะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพร่างกาย วิถีชีวิต การทำมาหากิน และกระทบกับสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคตด้วย
นายสมพงษ์ สงกูล ผู้ก่อตั้งกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด (เสื้อสีส้ม หมวกสีฟ้า) กล่าวว่า ที่ทางกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด และตัวแทนชาวบ้านได้รวมตัวกันแสดงเจตจำนงและขึ้นป้ายคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล พ่วงโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในครั้งนี้ เพราะหากมีการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลในพื้นที่หนองปล่องจริงจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพร่างกายของประชาชน และด้านสิ่งแวดล้อมด้วย จากที่เคยเห็นมาในหลายๆ พื้นที่
ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าความพยายามที่จะสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ตำบลหนองปล่องครั้งนี้ เหมือนจะมัดมือชกเพราะมีการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่แล้ว และมีกระแสข่าวว่าได้พยายามดำเนินการในหลายๆ ส่วนไปแล้ว อาทิ มีการเลือกรายชื่อชาวบ้านบางคนไปร่วมประชุม แต่ผู้มีส่วนได้เสียจริงกลับไม่สามารถไปรับฟังได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่เคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการที่จะก่อสร้างโรงงานน้ำตาลดังกล่าวเลย ทั้งที่เป็นผลกระทบโดยตรง ยืนยันว่าจะเดินหน้าคัดค้านอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสนธิ ศักดิ์ศิริ อายุ 56 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลครั้งนี้ เพราะกังวลหากมีการก่อสร้างจะเกิดมลพิษทั้งฝุ่น PM 2.5 น้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรม และจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกอ้อยด้วย ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและสิ่งแวดล้อมด้วย
จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่เทศบาลตำบลหนองปล่อง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยพันจ่าเอก อนุชา อารีรัมย์ รองปลัดเทศบาลตำบลหนองปล่อง ให้ข้อมูลว่า ทางหน่วยงานราชการไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชาวบ้านและฝ่ายโรงงาน ที่มาขออนุญาตในการติดตั้งป้ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในเบื้องต้นทราบว่าจะมีการมาก่อสร้างโรงน้ำตาลรวมทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่จริง แต่การก่อสร้างจะเป็นแบบไหนอย่างไรนั้นยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น เพราะจะมีการพูดคุยและสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านในวันที่ 31 มีนาคม 2568 นี้ วันนั้นถึงจะทราบว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็จะมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่มาให้ความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย ทางเทศบาลก็ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ