xs
xsm
sm
md
lg

เจอผู้ต้องสงสัยแล้ว!คนร้ายดักถีบ จยย.-ปืนจี้ เหยื่อผู้หญิงห้วยคต เดือนเดียว 3 รายซ้อน คาดหลอนยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุทัยธานี – ตำรวจเจอตัว-เชิญให้ซ้ำ 2 รอบ..หนุ่มห้วยคต วัย 22 ผู้ต้องสงสัยดักถีบ จยย.-ปืนจี้ เหยื่อหญิงสาวบนทางเปลี่ยวกลางดึก เดือนเดียว 3 รายซ้อน ผู้เสียหายดูรูปร่าง-เสื้อผ้า-แอบฟังเสียงแล้ว ยืนยันตรงกันหมด ด้านเจ้าตัวปฏิเสธแต่ให้ข้อมูลวกวน พร้อมยอมรับเสพยาวันละ 10 เม็ด



ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนดักจี้ชิงทรัพย์ โดยมีเป้าหมายเป็นหญิงสาวที่ขับรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านจุดเปลี่ยวในพื้นที่ อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ถึง 3 ราย ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ล่าสุด วันนี้(18 มี.ค.) พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.อุทัยธานี มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง รอง ผบก.ภ.อุทัยธานี พ.ต.อ.ธำรง จิกิตศิลปิน รอง ผบก.ภ.อุทัยธานี รับผิดชอบงานสืบสวน ลงพื้นที่ร่วมกับนายอดิเรก ศิลป์ประสม นายก อบต.ห้วยคต ชุดสืบสวนสอบสวนจังหวัด และ ชุดสืบสวน สภ.ห้วยคต

และผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ยืนยันตรงกันว่า ผู้ก่อเหตุนั้นคือนายเบส หนุ่มรับจ้างขับรถคีบอ้อยซึ่งเป็นคนในพื้นที่ตำบลห้วยคต เป็นผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอน กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. วานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายเบส จากบ้านพัก มาสอบภามที่ สภ.ห้วยคต พร้อมของกลางคือ เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางสีเทา และเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีแดงเข้ม

อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ทำการสอบสวนกว่า 5 ชั่วโมงนั้น นายเบส ยืนยันให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่ยอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง โดยในระหว่างที่ทำการสอบนั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้เสียหายมาแอบนั่งฟังเสียงของผู้ต้องสงสัยว่า ตรงกับเสียงของคนร้ายหรือไม่ ซึ่งทางผู้เสียหายยืนยันว่า เสียงของนายเบส นั้นตรงกับเสียงคนร้ายอย่างแน่นอน

โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอให้นายเบส สวมเสื้อคลุม และโพกผ้าดังกล่าวดู ซึ่งทางหญิง อายุ 15 ปี ก็ยืนยันอีกว่า คือ นายเบส แต่ทางนายเบสยืนยันว่า เสื้อแขนยาวสีดำ ที่ตำรวจเก็บได้ในจุดที่เกิดเหตุนั้น ไม่ใช่ของตัวเอง แต่อีก 2 ตัวนั้นคือของตนที่ใส่ขับรถคีบอ้อย อีกทั้งยังให้การวกไปวนมาอยู่ตลอดเวลา และยอมรับเพียงว่า ตนเองขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยว หญิงสาวอายุ 15 ปี แล้วหลังจากนั้นก็จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ และยังคงยืนยันว่าไม่ลงมือก่อเหตุใดๆ ก่อนยุติการสอบสวนลงในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน

และช่วงสายวันนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เชิญตัวนายเบส เข้ามาพูดคุยสอบถามอีกครั้ง ซึ่งนายเบส อยู่ในอาการง่วงซึมอยู่ตลอดเวลา แต่ยังคงให้การปฏิเสธเช่นเดิม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพียงว่า ตัวเองขับรถคีบอ้อย มีรายได้วันละ 500 บาท ทุกวันจะซื้อยาบ้ามาวันละ 10 เม็ด ราคาเม็ดละ 35 บาท เพื่อใช้เสพระหว่างทำงานเรื่อยๆตลอดทั้งวัน หากไม่เสพจะทำงานไม่ได้ และวันที่เกิดเหตุนั้นตนเองจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในทางคดีนั้น แม้ผู้ต้องสงสัยจะยังคงให้การปฏิเสธ แต่ด้วยข้อมูลแวดล้อมและพยานหลักฐานต่างๆ ชี้ชัดไปที่นายเบส ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการแจ้งข้อหา ตามพยานหลักฐานที่มี ซึ่งจะเริ่มจากผู้เสียหายรายที่ 3 คือหญิงสาว อายุ 15 ปี


พ.ต.อ.ธนานันท์วิชญ์ ศรีบุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี กล่าวว่า คดีนี้แม้ผู้ต้องสงสัยจะให้การปฏิเสธแต่ทางเรามีข้อมูลพยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะดำเนินกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ ทั้งจากพยานชี้ตัว เสื้อผ้า น้ำเสียง และรถที่ใช้ ซึ่งการก่อเหตุนี้มาจากยาเสพติด ซึ่งผู้ต้องสงสัยนั้นเสพยาในปริมาณที่มาก จึงมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า จะหลอนยาในช่วงที่ก่อเหตุ

และหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการดูแลป้องกันในพื้นที่ให้เข้มข้นรัดกุมมากขึ้น ไม่ให้มีการก่อเหตุความรุนแรงเช่นนี้ในพื้นที่อีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เหมือนดังเช่น รัชกาลที่ 5 ได้ตรัสไว้ว่า การจับกุมนั้นไม่ได้ถือว่าเป็นความชอบ แต่การให้อาณาประชาราชอยู่เย็นเป็นสุขถือว่าเป็นหน้าที่ของพวกเรา


ด้าน นายอดิเรก นายก อบต.ห้วยคต เปิดเผยว่า หลังตำรวจได้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้วพบว่าเป็นนายเบส ยอมรับว่าตกใจเหมือนกัน เพราะตนก็รู้จักคุ้นเคยกันดีทั้งครอบครัว จนถึงขั้นนายเบส เรียกตนเองว่า พ่อ ด้วยซ้ำ ซึ่งตอนที่นายเบสยังไม่ติดยาเสพติดนั้น เป็นเด็กสุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน อีกทั้งพื้นฐานฐานะครอบครัวที่บ้านเขายังถือว่ามีฐานะระดับต้นๆของในตำบลเลยก็ว่าได้ ทำให้เห็นได้ว่า ฤทธิ์ของยาเสพติดนั้นร้ายแรงและทำลายชีวิตคนได้มากอย่างที่คาดไม่ถึง เพราะดูจากรูปการณ์แล้วตอนนี้นายเบสนั้นน่าจะเสพยาจนหลอนไปแล้ว

ทั้งนี้ตามข้อมูลคดีเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุจะใช้เซเว่น เป็นจุดตั้งต้นในการก่อเหตุทุกครั้ง และจากการสอบสวนนั้นข้อมูลสำคัญที่พอจะคาดเดามูลเหตุได้คือ ผู้ก่อเหตุจะเสพยาเสพติดก่อน หลังจากนั้นได้ดู VDO โป๊เปลือย จนคาดว่าเกิดอารมณ์ทางเพศ และออกหาเหยื่อเพื่อที่จะก่อเหตุข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ เพราะทุกครั้งที่ก่อเหตุจี้นั้นผู้ก่อเหตุไม่เคยเรียกขอทรัพย์สินจากหญิงผู้เสียหายรายใดเลย
กำลังโหลดความคิดเห็น