ระยอง - เจออีกที่ระยอง "ป้ายโฆษณาภาษาจีน" คราวนี้ที่ ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา พ่วงภาษาไทยระบุ “บริการด้าน HR ดูแลพนักงานมากกว่า 2,000 คน ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี” ตั้งริมถนนกว่าสัปดาห์ ทำชาวบ้านงงตั้งคำถามถึงหน่วยงานรัฐหรือจะปล่อยให้ทุนจีนครองเมือง
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ว่า มีการติดตั้งป้ายภาษาจีนพร้อมรูปโรงงานที่กำลังจะทำการก่อสร้างริมถนนในพื้นที่ ม.11 ต.หนองบัว จนเกรงว่าจะเป็นการเข้ามาก่อสร้างโรงงานโดยไม่ถูกต้อง เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบริเวณที่มีการติดตั้งป้ายได้มีการถมพื้นที่ขนาดใหญ่และมีการนำอุปกรณ์การก่อสร้างมาวางไว้เป็นจำนวนมาก
เมื่อสอบถามไปยัง นายอดุลย์ อัครเพชรไพศาล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.11 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้รับคำชี้แจงว่า ไม่เคยได้รับการขออนุญาตเข้าดำเนินการจากกลุ่มทุนดังกล่าว จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทุนจีนกลุ่มนี้ได้รับไฟเขียวจากใครให้เข้ามาติดตั้งป้ายพร้อมเตรียมก่อสร้างโรงงานโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายไทยนั้น
ล่าสุด วันนี้ (5 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน จ.ระยอง ที่ขับรถผ่านถนนสาย 13 ม.2 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา ว่าพบป้ายภาษาจีนอีก 2 ป้ายถูกติดตั้งอยู่ริมถนนมานานกว่า 1 สัปดาห์ แต่ป้ายดังกล่าวมีความแตกต่างจากป้ายที่พบริมถนนในพื้นที่ ม.11 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย ตรงที่มีภาษาไทยร่วมด้วย
โดยระบุข้อความว่า “บริการด้าน HR ดูแลพนักงานมากกว่า 2000 คน ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี” จึงเชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายสื่อสารไปยังกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาสร้างโรงงานในประเทศไทย เพื่อให้ใช้บริการคนจีนด้วยกัน
หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายขวัญเมือง เย็นบุญธรรม รักษาการปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พนานิคม อ.นิคมพัฒนา ได้รับคำตอบว่าป้ายภาษาจีนดังกล่าวติดตั้งริมถนนสาย 13 ม.2 ต.มะขามคู่ เยื้องกับนิคมอุตสาหกรรม WHA ระยอง 36 ซึ่งในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ BYD สัญชาติจีน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่
โดยได้เริ่มการผลิตในปี 2567 และมีอัตราการจ้างแรงงาน 10,000 คน และมีแผนก่อสร้างคอนโดมิเนียมในพื้นที่โรงงานจำนวน 5 อาคาร ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 1 อาคาร และกำลังก่อสร้างอาคารที่ 2 สำหรับเป็นที่พักของพนักงาน
อย่างไรก็ตาม การผุดขึ้นราวดอกเห็ดของป้ายโฆษณาภาษาจีนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จึงปล่อยให้กลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนและตั้งโรงงาน รวมถึงประกอบกิจการต่างๆ ในประเทศไทยได้โดยง่ายดายเช่นนี้
และส่วนใหญ่ยังพากันวิตกกังวลเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายและการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่า จะเป็นไปตามที่ควรเป็นหรือไม่เพราะสุดท้ายชาวบ้านตาดำๆคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง


