ฉะเชิงเทรา - ปลาหมอคางดำราคาร่วงหลังสื่อกระพือข่าวเป็นตัวร้ายทำลายชีวิตสัตว์น้ำขนาดเล็ก ขณะประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา ยอมรับมีหลุดเข้าทะเลแถบชายฝั่งสองคลองบางปะกงแล้ว แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ เหตุเกษตรกรส่วนใหญ่ทำฟาร์มแบบพัฒนาแล้ว
วันนี้ (20 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายคนึง คมขำ ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงสถานการณ์การระบาดของ ปลาหมอคางดำในพื้นที่ว่า ล่าสุดยังคงพบการระบาดใน ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า ที่พบการกระจายตัวในลำคลองสาธารณะมากถึง 4 ใน 6 แห่ง โดยพบมากในคลองบางกระพ้อ ในอัตราความหนาแน่น 400 ตัวต่อพื้นที่ 1 ไร่
แต่ไม่หนาแน่นมากจนถึงขั้นลอยหัวในน้ำให้เห็น ซึ่งชาวบ้านสามารถใช้เครื่องมือทำประมงจับขึ้นจากน้ำได้ นอกจากนั้น ยังพบในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.บางปะกง ประกอบด้วย ต.บางเกลือ ต.สองคลอง และ ต.หอมศีล
โดยพบว่าการระบาดใน อ.บางปะกง มีสาเหตุมาจากเขื่อนทำนบดินกั้นปากคลองประเวศบุรีรมย์ ที่พังถล่มเมื่อเดือน เม.ย.67 ที่ผ่านมาจนทำให้มีน้ำเค็มไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก อีกทั้ง อ.บางปะกง ยังเป็นพื้นที่รอยต่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่พบการระบาดของปลาหมอคางดำจำนวนมาก
"และเมื่อมีการสูบกลับน้ำทะเลที่ทะลักเข้ามาใน อ.บางปะกง เพื่อระบายออกทางแม่น้ำบางปะกง จึงทำให้ปลาหมอคางดำจาก จ.สมุทรปราการ ไหลตามกระแสน้ำเข้ามาลำคลองต่างๆ แนวรอยต่อของจังหวัดที่เชื่อมถึงกัน"
ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังบอกอีกว่าในพื้นที่ ต.บางกระเจ็ด มีชาวบ้านพบปลาชนิดนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว และได้มีการจับขายได้ในราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็น ปลาหมอเทศ หรือเป็นปลานิลชนิดหนึ่งเท่านั้น
แต่เมื่อมีกระแสข่าวเกี่ยวกับอันตรายของปลาหมอคาง ที่มีต่อสัตว์น้ำกทำให้ราคาปลาหมอคางดำตกต่ำมีเหลือเพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาทเท่านั้น
โอดปฏิบัติหน้าที่แบบไร้เงินงบประมาณหนุนในการกำจัด
นายคนึง ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังเผยถึงการกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ว่ายังไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากทางการ จึงจำเป็นต้องอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดซื้ออุปกรณ์ประมง เพื่อนำมากำจัดในเบื้องต้นก่อนเท่านั้น
ส่วนผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่มีเนื่องจากผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลา หรืออาชีพประมงอื่นๆ ส่วนใหญ่ทำฟาร์มในรูปแบบที่พัฒนาแล้ว และมีการกรองน้ำขณะสูบจากคลองสาธารณะมาใช้ จึงทำให้ยังไม่มีการระบาดเข้าไปภายในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำแต่อย่างใด


