เพชรบูรณ์ - ชื่นชมกันทั้งเมือง..ชาวเขาค้อระดมช่วย คุณตาชาวชัยภูมิโดนโกงค่าแรงก่อสร้างจากอุตรดิตถ์ ปั่นจักรยานไม่มีเบรก-ล้อหลังแทบหลุดมุ่งหน้ากลับบ้านแบบค่ำไหนนอนนั่น ชั่วโมงเดียวได้เงินเป็นค่าน้ำมันเกือบหมื่น ก่อนขับรถพาส่งถึงบ้าน พร้อมมอบเงินที่เหลือให้ใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "ขอปิดรับค่าน้ำมันแล้วนะคะ คาดว่าน่าจะเพียงพอแล้วค่ะ 1 ชั่วโมง ยอดได้ 6,329.70 บาท น้ำใจคนเขาค้อ ตามกำลังศรัทธา สมทบทุนส่งตา โดนโกงค่าแรง ได้ขี่จักรยานกลับบ้านเอง จากอุตรดิตถ์กลับบ้านที่ชัยภูมิ ตอนนี้ได้รับอนุเคราะห์ห้องพักจาก ส.ท.เอ๋ มะขามทอง ให้พักผ่อนในคืนนี้ และพรุ่งนี้ ส.ท.เดียวจะนำส่งถึงบ้าน ตอนนี้ประสานทาง ผญบ.ของตาเรียบร้อยแล้ว อายุ 67 ปี ขี่รถจากอุตรดิตถ์เป็นเวลา 3 วันแล้ว ถามตาสั้นๆ ว่าทำไม ไม่ขึ้นรถประจำทาง ตาบอกไม่มีเงิน ที่จุกไปกว่านั้น..รถไม่มีเบรก ล้อหลังส่ายไปมา โอ๊ยย..ตาน้ำตาไหลเลย ตอนถามว่า พรุ่งนี้ไปส่งมั้ย..
พร้อมกันนี้ได้โพสต์คลิปภาพช่วยเหลือชายวัยสูงอายุที่อาศัยอยู่ศาลาริมทางพร้อมกับจักรยาน 1 คัน จากนั้นก็ได้พาไปพักในห้องพักแห่งหนึ่งใกล้กับเทศบาลตำบลแคมป์สน รวมทั้งคลิปภาพพาชายสูงอายุดังกล่าวขึ้นรถนำไปส่งที่จังหวัดชัยภูมิ ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความชื่นชมอย่างมากมาย
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.ชฎาพร สมรูป ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดเผยว่าเมื่อวานช่วงค่ำ (18 พ.ค.) มีคนพบชายสูงอายุปั่นจักรยานมาจอดพักอยู่ที่ศาลาริมทางข้างเทศบาล ต.แคมป์สน ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของตน จึงออกไปตรวจสอบ
พบว่าเป็นชายสูงอายุ ทราบชื่อต่อมาคือนายสำเริง สงเทียน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ 12 ต.ตลาดแล้ว อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ โดยได้เล่าว่าไปทำงานรับจ้างก่อสร้างอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อก่อสร้างเสร็จนายจ้างได้เบิกเงินแล้วหนีไปปล่อยลอยแพลูกจ้างทั้ง 10 คน ต่อมาแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกลับบ้าน
ส่วนคุณตาสำเริงอยู่คนละทางกับคนอื่นๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรโทรศัพท์ก็ไม่มี เบอร์โทรศัพท์ของคนรู้จักก็จำไม่ได้ อีกทั้งไม่มีเงินติดตัวเลย จึงได้ปั่นจักรยานคู่ใจจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งใจว่าจะปั่นไปจนถึงบ้านที่ชัยภูมิ ค่ำไหนนอนนั่น อาหารก็ได้อาศัยผู้ใจบุญหยิบยื่นให้ จนกระทั่งเข้าวันที่สาม มาถึงเขาค้อจึงจะนอนพักที่ศาลาริมทางถึงตอนเช้าก็จะเดินทางต่อ ซึ่งจักรยานที่ปั่นมาก็มีสภาพเก่า เบรกก็ไม่มีต้องอาศัยใช้เท้าหน้าเหยียบล้อหน้าเพื่อชะลอความเร็วเวลาลงเนิน
น.ส.ชฎาพรจึงได้ปรึกษากับ น.ส.จุลีพร คำพล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแคมป์สน ที่มีบ้านพักอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว เพื่อขอให้คุณตาไปนอนพัก จากนั้นได้ตรวจสอบไปยังปลายทางว่าคุณตามีตัวตนและมีบ้านตามที่อยู่จริงหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับการยืนยันจากผู้ใหญ่บ้านว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้ปรึกษากันที่จะขอรับบริจาคจากเพื่อนๆ ผู้ใจบุญเพื่อที่จะขับรถพาคุณตาไปส่งที่บ้าน เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงฤดูฝน มีฝนตกลงมาตลอดเกรงว่าจะได้รับอันตราย ก่อนเปิดรับบริจาคตอนแรกตั้งใจว่าจะขอรับบริจาคเพียงค่าน้ำมันเท่านั้น แต่ปรากฏว่าเปิดรับบริจาคเพียง 1 ชั่วโมง มีทั้งเพื่อนๆ และผู้ใจบุญได้โอนมาช่วยเป็นจำนวนเงินถึง 8,000 บาท จึงได้ปิดรับบริจาค
กระทั่งในช่วงเช้าของวันนี้ (19 พ.ค.) ตนจึงให้แฟนขับรถไปส่งคุณตาถึงบ้านที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อไปถึงก็พบว่ามีผู้สูงอายุในหมู่บ้านมารอรับคณะที่ไปส่งพร้อมทั้งทำพิธีผูกข้อมือขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือคุณตาในครั้งนี้ ซึ่งก็พบว่าคุณตาอาศัยอยู่กับภรรยาเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนลูกๆ ก็ไปมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดกันหมด เมื่อคุณตาไปทำงานรับจ้าง ยายก็อยู่บ้านคนเดียวโดยมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือและดูแลกันตามมีตามเกิด
สำหรับเงินบริจาค 8,000 บาทนั้น ได้ใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันรถทั้งไปและกลับจำนวน 2,500 บาท และได้พาคุณตาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง ที่เหลือก็ได้มอบให้คุณตาทั้งหมดเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายต่อไป