ศูนย์ข่าวศรีราชา - เมืองพัทยาเร่งส่งน้ำจืดจากฝั่งช่วยชาวบ้านเกาะล้าน บรรเทาความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างหนักจนกระทบท่องเที่ยว ลดภาระสั่งซื้อน้ำจากเอกชนถึงเที่ยวละ 1 พันบาท เตรียมเซ็นสัญญาว่าจ้างเอกชนขยายกำลังผลิตเพื่อให้เพียงพอ
จากปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคบนพื้นที่เกาะล้าน เมืองพัทยา อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนมากถึงวันละ 5,000-8,000 คน จนทำให้ผู้ประกอบการบนพื้นที่ต้องซื้อน้ำจากฝั่งในราคาสูงถึง 120 บาทต่อลูกบาศก์เมตร จากราคาปกติที่เคยซื้อขายกันในอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรที่ 150 บาท
และหากถึงช่วงแล้งที่สุดราคาน้ำจะพุ่งถึงรอบละ 1,000-1,200 บาท จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการผลิตน้ำและขยายเขตการปล่อยน้ำประปาบนเกาะล้านเพื่อให้เพียงพอต่อประชาชนบนเกาะล้านนั้น
วันนี้ (1 พ.ค.) นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำบนเกาะล้านว่า การขาดแคลนน้ำอย่างหนักเกิดจากสถานการณ์ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำฝน ทำให้ประชาชนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ถึงช่วงหน้าร้อนได้
อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้ร่วมกับชุมชนขนน้ำจากฝั่งเพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ส่วนผู้ประกอบการห้องพัก และรีสอร์ตคงต้องจัดซื้อน้ำบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นไปก่อน แม้ขณะนี้ราคาน้ำจากฝั่งที่ส่งไปขายบนเกาะล้านจะมีราคาสูงถึงลูกบาศก์เมตรละ 200-300 บาทก็ตาม
"ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เกาะล้านนั้น เมืองพัทยาไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขความเดือดร้อน ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่เกาะล้านประสบปัญหาน้ำขาดแคลนอย่างรุนแรง ประกอบกับสภาพอากาศบนเกาะล้าน ที่ร้อนทะลุ 40 องศา ซึ่งขณะนี้เมืองพัทยาได้เร่งดำเนินการใน 2 มาตรการหลักเพื่อช่วยเหลือ คือ 1.จัดแจกจ่ายน้ำประปาให้ประชาชน และ 2.เร่งเซ็นว่าจ้างให้บริษัทอีสวอเตอร์ เพิ่มกำลังผลิตน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดจากเดิมวันละ 400 คิว มาเป็น 3,000 คิว ภายในปีนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปาขาดแคลนอย่างถาวร" รองนายกเมืองพัทยา กล่าว


