xs
xsm
sm
md
lg

ผอ.ชลประทานเห็นเต็มตา กลุ่มนายทุน-ชาวบ้าน บุกรุกอ่างฯห้วยสำราญ สร้างรีสอร์ต-ร้านค้ากว่า 40 ไร่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศรีสะเกษ - ผอ.ชลประทานศรีสะเกษเห็นเต็มตา กลุ่มนายทุนและชาวบ้าน 39 ราย บุกรุกเขตอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ สร้างอาคาร ร้านค้าและรีสอร์ต กว่า 40 ไร่ ชงกรมชลประทานและกรมป่าไม้เร่งดำเนินการเชือดตามกฎหมาย ขณะผู้ใหญ่บ้านแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มผู้บุกรุกเช่าทำประโยชน์ต่อไป

วันนี้ ( 24 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายจำรัส สวนจันทร์ ผู้อำนวยการ(ผอ.) โครงการชลประทานศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นายเทอดศักดิ์ เขียนนิลศิริ รอง ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 7 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาทำการตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้ เนื่องจากมีกลุ่มชาวบ้านได้มีการบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ


จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มชาวบ้านและกลุ่มนายทุน ได้บุกรุกเข้ามาทำการก่อสร้างอาคารถาวร ร้านค้า บ้านพัก เพื่อทำเป็นร้านอาหาร และรีสอร์ท รวมทั้งทำการปลูกพืชทำการเกษตร ได้รุกล้ำหลักหมุดของชลประทานศรีสะเกษที่ได้นำเอามาปักเอาไว้เพื่อแสดงเขตของชลประทาน โดยขณะที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้นพบว่า ช่างกำลังทำการก่อสร้างอาคารถาวรเพื่อทำเป็นห้องพักหลายห้องด้วยกัน

โดย ผอ.โครงการชลประทานและคณะได้นำเอานวัตกรรมกระบวนการ สแกนแอนด์คลิก ที่โครงการชลประทานศรีสะเกษได้รับรางวัล RID Innovation award 2023 ของกรมชลประทาน และที่ผ่านมายังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการประกวดรางวัลเลิศรัฐ ของ จ.ศรีสะเกษ จนทำให้ จ.ศรีสะเกษได้รับรางวัลชนะเลิศ ปี 2565 มาใช้เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกเพื่อเข้าถึงข้อมูลเขตชลประทานผ่าน แอป google map บน smart phone มาใช้ในการตรวจสอบครั้งนี้ด้วย โดยพบว่า ผู้บุกรุกเขตชลประทาน จำนวน 39 ราย มีพื้นที่ถูกบุกรุกรวม 40 ไร่เศษ โดยมี นายวีระสิทธิ์ นรสิงห์ ผู้ใหญ่บ้าน (ผญบ.) หมู่ 8 บ้านแซรไปรใต้ ต.ไพรพัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ มาร่วมในการตรวจสอบด้วย


นายวีระสิทธิ์ นรสิงห์ ผญบ.หมู่ 8 บ้านแซรไปรใต้ ต.ไพรพัฒนา กล่าวว่า มีชาวบ้านเข้ามาทำกินในพื้นที่บริเวณนี้มาก่อนที่จะมีการทำอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ หากจะกล่าวหาว่าชาวบ้านบุกรุก ก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วยเพราะว่าทำกินที่ตรงนี้มานานแล้ว ส่วนนายทุนที่เข้ามาลงทุนทำร้านอาหารนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นผลดีต่อการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณนี้ เพราะทำให้เศรษฐกิจบริเวณนี้ดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากอยู่ใกล้กับช่องสะงำ แนวชายแดนไทย – กัมพูชา และไม่ได้มีการบุกรุกก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นไปมากกว่านี้อีก

ตนเห็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ควรที่จะให้กลุ่มที่ถูกกล่าวหาบุกรุกทั้ง 39 ราย ได้เช่าเขตพื้นที่บริเวณนี้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ไม่ควรที่จะให้มีการรื้อถอนเพราะมีการลงทุนไปเป็นเงินจำนวนมากแล้ว


นายจำรัส สวนจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนได้มาตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ราษฎรมีการบุกรุกจากการที่เราได้มีการรายงานกรมชลประทานไปแล้วพบว่า มีการบุกรุกของราษฎรซึ่งมีการแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มนายทุน กลุ่มราษฎรที่บุกรุกเข้ามาทำการเกษตรมีทั้งที่มีความเดือดร้อนจริงและกลุ่มไม่มีความเดือดร้อนจริง ซึ่งตรงนี้ทางชลประทานศรีสะเกษได้เสนอไปยังกรมชลประทานแล้ว โดยจุดตรงนี้เป็นจุดที่ล่อแหลมมากเป็นจุดของกลุ่มนายทุนที่เข้ามาสร้างรีสอร์ทและร้านอาหาร เรามีหมุดหลักเขตอยู่แล้ว แต่ได้เข้ามาทำการก่อสร้างรุกล้ำหมุดหลักเขตที่กรมชลประทานได้ปักเอาไว้ทำให้มีการบุกรุกเกิดขึ้น

ประกอบกับเรื่องนี้ ป.ป.ช.ศรีสะเกษและกลุ่มสตรอง จ.ศรีสะเกษ ได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอดถึงกระบวนการต่างๆ ที่มีการบุกรุกที่สอดคล้องกับที่กรมโยธาธิการได้ทำเรื่องไป ฉะนั้นเราจะต้องมาแก้ปัญหาร่วมกันในเรื่องการบุกรุกต่างๆแต่ในเบื้องต้นของการบุกรุกนี้ เราได้มีคณะกรรมการชุดใหญ่ระดับจังหวัดโดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธาน และมีคณะกรรมการชุดย่อยซึ่งมี นายอำเภอภูสิงห์เป็นประธานซึ่งระหว่างนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการกับการบุกรุกดังกล่าว


นายจำรัส กล่าวต่อว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญแห่งนี้ กรมชลประทานได้ขออนุญาตการใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการแก้ไขปัญหา โดยที่ระดับน้ำขณะนี้อยู่ที่ระดับ 54% ระดับน้ำที่เราเก็บกักไว้ ระดับน้ำสูงสุดคือประมาณ 206.5 เมตร รทก. เพื่อผลประโยชน์ของราษฎรที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของกรมชลประทาน ก็คือการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งการกักเก็บน้ำและบรรเทาภัยจากน้ำต่างๆ

ฉะนั้นถ้ามีการบุกรุกจะทำให้การบริหารจัดการบริเวณนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้เรามีอายุการขอใช้งานประมาณ 30 ปี ซึ่งหมดอายุไปเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานของกรมชลประทานที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่ต่อ เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทางกรมชลประทานโดยชลประทานศรีสะเกษได้ทำการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ตามกฎหมายจะเป็นหน่วยงานไหนเข้ามาดำเนินการระหว่างกรมป่าไม้หรือว่ากรมชลประทาน


แต่ว่าในเบื้องต้นจากการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาระหว่างจังหวัดและทางชลประทานและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทางกรมชลประทานเห็นว่า น่าที่จะให้ทางกรมป่าไม้เป็นผู้ดำเนินการเพราะว่าทางกรมป่าไม้ยืนยันว่าได้อนุญาตให้กรมชลประทานได้ดำเนินการในเรื่องการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับราษฎร ส่วนในเรื่องของการดำเนินการกับผู้บุกรุกตามกฎหมายนั้นจะต้องดูในเรื่องข้อกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง

นายจำรัส กล่าวด้วยว่า ผู้บุกรุกพื้นที่ทั้งหมดของอ่างเก็บน้ำห้วยสำราญนี้มีทั้งหมด 39 ราย บางรายอาจจะบุกรุกพื้นที่ 1 – 2 งาน หรือ 2 – 3 ไร่ เช่น บริเวณนี้มีการบุกรุกประมาณ 3 ไร่พื้นที่ทั้งหมดที่มีการบุกรุกประมาณ 40 ไร่เศษ ตนขอฝากถึงผู้บุกรุกทั้ง 39 รายทั้งกลุ่มนายทุนและกลุ่มราษฎรว่า ทางชลประทานศรีสะเกษไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของราษฎร โดยใช้หลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป


ดังนั้นตรงนี้ต้องรับทราบถึงเรื่องของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงกับเรื่องของกลุ่มนายทุนที่บุกรุก แต่ในเบื้องต้นทางชลประทานศรีสะเกษก็ได้ดำเนินการในแง่ของกฎหมายที่ได้มีการกำหนดไว้ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนผู้บุกรุกหลายรายไปแล้ว จนกระทั่งจะได้มีการรื้อถอนต่างๆและเราดำเนินการตามกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นทางชลประทานศรีสะเกษไม่มีนักกฎหมาย ต้องส่งเรื่องไปให้กับกรมชลประทานดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตรงนี้ขึ้นอยู่ที่ทางกรมชลประทาน จะต้องประสานงานกับกรมป่าไม้ต่อไป เพื่อดำเนินการกับผู้บุกรุกว่ามีกฎหมายรองรับอย่างไรบ้าง ในเบื้องต้นมี 2 – 3 วิธีด้วยกัน วิธีหนึ่งคือตามกฎหมายผู้บุกรุกต้องรื้อถอนอยู่แล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่กับกรมป่าไม้และกรมชลประทาน อาจจะมีระเบียบหรือข้อรองรับหรือไม่ที่จะให้กลุ่มผู้บุกรุกเช่า เป็นเรื่องที่ธนารักษ์จังหวัดที่จะต้องมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการระดับจังหวัดและระดับกรมพิจารณาต่อไป














กำลังโหลดความคิดเห็น