ศูนย์ข่าวศรีราชา - เจออีกพฤติกรรมขับรถแช่ขวา โนสน-โนแคร์รถฉุกเฉินโรงพยาบาล อ้างขับพ่วง 18 ล้อใส่สมอลทอล์กคุยเรื่องงาน ทำชาวเน็ตถล่มยับ สุดท้ายยกมือไหว้งามขอโทษโรงพยาบาล-ผู้ป่วย ด้านบริษัทต้นสังกัดไม่นิ่งเฉยปลดจากการขับรถส่งสินค้าทันที
จากกรณีที่เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น พลัส 5.2 โพสต์คลิปภาพขณะรถพ่วง 18 ล้อวิ่งแช่ขวาไม่หลบให้รถส่งผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลบ้านบึง ที่เปิดไซเรน พร้อมระบุข้อความ "คนขับสังกัดโลจิสติกส์ไหน HR บริษัทพิจารณาด้วยไม่หลบรถฉุกเฉินและแช่ขวา ความผิดชัดเจน เส้นบ้านบึง-ชลบุรี เจ้าของพื้นที่ไล่เช็กทะเบียนลงโทษตามข้อกฎหมายด้วย ถ้าคนในรถฉุกเฉินเป็นพ่อของคนขับรถสิบล้อที่ขวางข้างหน้านะจะพีกมาก"
และในเวลาต่อมา คนขับรถพ่วงได้โพสต์คลิปขอโทษทางญาติผู้ป่วย พร้อมอ้างว่าไม่ได้ยินเสียงไซเรนเนื่องจากขณะขับรถได้ใส่สมอลทอล์กพูดคุยเรื่องงานกับหัวหน้าสาย แต่ชาวเน็ตไม่เชื่อพากันเข้ามาถล่มพฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (24 ม.ค.) นายจิตติ สุดเสน่หา ผู้จัดการ บริษัท เอ.พี.ทรานสปอร์ตเซ็นเตอร์ จำกัด ได้เป็นตัวแทนคนขับรถพ่วงนำกระเช้าเข้าขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดต่อนายแพทย์สมเกียรติ ลีลาพันธ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านบึง และผู้ป่วยที่อยู่ภายในรถฉุกเฉิน พร้อมบอกว่าบริษัทฯ จะปรับปรุงพฤติกรรมของพนักงานในการขับขี่ยานพาหนะในที่สาธารณะ
และยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.40 น.วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยคนขับรถพ่วงคันดังกล่าวกำลังนำสินค้าซึ่งเป็นอะไหล่รถยนต์ของบริษัทที่อยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ไปส่งนิคมอุตสาหกรรมใน จ.ระยอง
แต่เมื่อถึงเส้นทางขาเข้าบ้านบึง-ชลบุรี ได้ขับอยู่ในเลนขวาและใช้ใส่สายสมอลทอล์กพูดคุยเรื่องงาน ประกอบกับเป็นรถพ่วง 2 ตอนจึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงไซเรนของรถตู้ส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน
"อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษโรงพยาบาลบ้านบึง และผู้ป่วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในเบื้องต้นบริษัทฯ ได้ลงโทษคนขับรถรายดังกล่าวด้วยการปลดออกจากการเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้าแล้ว" ผู้จัดการ บริษัท เอ.พี.ทรานสปอร์ตเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าว
ด้านนายแพทย์ สมเกียรติ ลีลาพันธ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านบึง ได้กล่าวชื่นชมบริษัทเจ้าของรถพ่วงที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา หากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมักจะถูกบ่ายเบี่ยงการรับผิดชอบ
และยังบอกอีกว่าโดยปกติแล้วหากไม่ใช่เหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆ ทางโรงพยาบาลจะหลีกเลี่ยงการใช้รถฉุกเฉินอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีอาการน้ำท่วมปอด และจำเป็นต้องย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี
และยังขอฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนหากเห็นรถผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ว่าจะที่ใดก็ตามขอให้ช่วยหลบ เพราะรถใช้ความเร็วสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยไม่ตั้งใจ หรือหากการส่งผู้ป่วยล่าช้าอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านบึง กล่าว


