xs
xsm
sm
md
lg

น่าทึ่ง! งบแค่ 924 บาทต่อวัน นร.บ้านห้วยไผ่ขุย เมืองอุทัยกินอิ่มทั้งโรงเรียน แถมเหลือเป็นทุนการศึกษาอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุทัยธานี - ตามส่องอาหารกลางวันเด็กโรงเรียนบ้านไผ่ขุย เมืองอุทัยธานี ยุคข้าวยากหมากแพง..ได้งบสนับสนุนแค่ 21 บาท/หัว รวม 924 บาทต่อวัน แต่ นร.ได้กินอิ่มกันทั้งโรงเรียน แถมมีงบเหลือจัดสรรเป็นทุนการศึกษาได้ทุกปี


ท่ามกลางยุคข้าวยากหมากแพง..หมูเห็ดเป็ดไก่ ฯลฯ ขึ้นราคากันยกแผงนั้น โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานียังคงสามารถบริหารจัดการงบอาหารกลางวันที่ได้รับ 21 บาทต่อหัว รวม 924 บาทต่อวัน จนทำให้นักเรียนอิ่มท้องทั้งโรงเรียน ทั้งยังมีเงินเหลือเก็บจัดสรรเป็นทุนการศึกษาได้ทุกปี

เช่น โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่ ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนอยู่ในการเรียนการสอนทั้งสิ้น 44 คน ครู 8 คน แบ่งเป็นข้าราชการครู 4 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน ครูพี่เลี้ยง 1 คน และธุรการ 1 คน ปรับตัวใช้งบประมาณ อาหารกลางวันที่ได้รับวันละ 924 บาท กลายเป็นทุนอาหารกลางวัน สู่ทุนการศึกษา สู่คลังอาหารใหญ่ ที่สามารถต่อยอดก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวนักเรียนได้อย่างน่าทึ่ง

ในการนี้ โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุยได้จัดทำโครงการผักสวนครัวโรงเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมือร่วมใจจากคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง ช่วยกันส่งเสริม สนับสนุน จนทำให้โครงการสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน มีแหล่งอาหารต้นทุนหมุนเวียนเป็นมื้ออาหารกลางวันเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1-ป.6 ทั้งเห็ดนางฟ้า ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว พริก กะเพรา ฯลฯ สามารถนำเงิน 924 บาทที่ได้รับต่อวัน ไปจัดซื้อเนื้อสัตว์ ขนม ผลไม้ ฯลฯ แทน


ส่วนพ่อครัวแม่ครัวที่ทำอาหารนั้นจะเป็นครูและนักเรียนช่วยกันหมด ทำให้นักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ได้รับประทานอาหารกลางวันกันอย่างอิ่มท้อง รวมทั้งสามารถต่อยอดนำผลผลิตจากแปลงสวนครัวที่เหลือจากประกอบอาหารกลางวัน จำหน่ายนำเงินที่ได้มาเป็นกองทุนหมุนเวียนแปลงผัก และนำไปสู่การเก็บสะสมจนกลายเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนได้ทุกปีอีกด้วย

นางปัทมนันท์ อิสริยภานันท์ ครูชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุย กล่าวว่า โรงเรียนบ้านห้วยไผ่ขุยของเราได้รับงบประมาณโครงการอาหารกลางวันจาก อบต.หนองนางนวล ปีงบประมาณที่ผ่านมา เพิ่มจาก 20 บาท เป็น 21 บาทต่อคน นักเรียนของเรามีทั้งหมด 44 คน รวมแล้วเงินที่เราได้รับต่อวันก็จะเป็นเงิน 924 บาท

แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงตอนนี้ ทางโรงเรียนก็ได้ปรึกษากับกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง ถึงการปรับตัวเพื่อให้โครงการอาหารกลางวันของนักเรียนยังคงเพียงพอและนักเรียนได้อิ่มท้องทุกมื้อ จนเกิดเป็นความร่วมมือในการปลูกผักสวนครัวโรงเรียนนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวัน ส่วนที่เหลือจากการทำอาหารก็จะนำไปจำหน่ายในราคาต้นทุน นำเงินที่ได้เป็นทุนไว้ใช้ต่อยอดหมุนเวียน และส่วนเงินที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบต.นั้น ก็ใช้ซื้อหมูซื้อไก่ และซื้อของต่างๆ ในส่วนที่เรายังผลิตเองไม่ได้แทน


ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากผู้มีอุปการะคุณหลายๆ คน นำผักพื้นบ้าน หรือบางครั้งก็จะเป็นข้าวสารมาให้ด้วย ล่าสุดก็ได้รับความอนุเคราะห์จากนางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี และมูลนิธิไทยเศรษฐ์ นำข้าวสาร 2 กระสอบใหญ่ 100 กิโลกรัม มาให้โรงเรียน ซึ่งเป็นการทุ่นค่าข้าวสารไปได้มาก ทำให้โรงเรียนนำเงินส่วนจากอาหารกลางวันไปซื้อหมู ซื้อไก่ ซื้อผลไม้ และขนม ให้เด็กๆได้อย่างเต็มที่

“โครงการปลูกผักอาหารกลางวันนี้ เด็กๆยังได้เรียนรู้ทักษะชีวิตที่เป็นประสบการณ์ คือเด็กทุกคนจะได้ลงมือปลูกผักร่วมกับผู้ปกครอง แล้วก็ได้ดูแลรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย พอถึงเวลาผลผลิตออก เด็กๆ เขาก็จะมาเก็บผักเหล่านี้ไปทำอาหารกลางวันด้วยตัวเอง”

และหากช่วงไหนผักให้ผลผลิตมาก ก็ได้นำกลับไปให้ที่บ้าน และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มทุนหมุนเวียนได้ด้วย นอกจากนั้นทางโรงเรียนยังได้แจกเมล็ดพันธุ์ผักให้ผู้ปกครองไปปลูกที่บ้านด้วยเช่นกัน กล่าวได้ว่า แม้สินค้าจะมีราคาสูงขึ้นมาก แต่เด็กๆ ที่นี่ทุกคนยังคงได้รับประทานอาหารกลางวันอิ่มท้องและได้ประโยชน์เหมือนเดิม เนื่องด้วยเรามีที่ปรึกษาที่ดี ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองที่น่ารักให้ความเอาใจใส่