บุรีรัมย์ - เกิดเหตุระทึก ชาวกัมพูชา 7 คนนั่งเรือตกปลาเขื่อนลำนางรอง แต่เกิดพายุฝนลมแรงซัดเรือกระแทกตอไม้ หนุ่มเขมรวัย 19 ปีพลัดตกเรือจมน้ำหาย ระดมกู้ภัยกว่า 30 ชีวิตร่วมค้นแต่นานกว่า 6 ชม.ไม่เจอ พี่เมียเผยทั้งน้ำตาน้องเขยขอมาด้วยครั้งแรกไม่คิดจะเกิดเหตุ
ช่วงบ่ายวันนี้ (19 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุพายุฝนพัดเรือหางยาวที่พาชาวกัมพูชาไปตกปลากลางเขื่อนลำนางรอง ชนกระแทกตอไม้กลางเขื่อนเป็นเหตุให้ชาวกัมพูชาพลัดตกเรือจมน้ำสูญหาย 1 คน จึงได้ประสานสมาคมกู้ภัยโนนดินแดง หน่วยกู้ภัยสว่างอำเภอบ้านกรวด อำเภอประโคนชัย อำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมทั้งนำนักประดาน้ำร่วมค้นหาผู้สูญหาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยไปถึงริมเขื่อนลำนางรอง พบชายชาวกัมพูชาคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ริมเขื่อน พร้อมให้ข้อมูลว่าคนที่ตกเรือจมน้ำสูญหายชื่อ นายรีฮัว รังเลฮัว อายุ 19 ปี เป็นน้องเขยของตัวเอง พร้อมทั้งได้เอารูปให้ จนท.ดู ซึ่งเป็นรูปที่ถ่ายก่อนจะนั่งเรือออกไปตกปลา จากนั้นหน่วยกู้ภัยฯ และชุดประดาน้ำได้ทำการจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ร่วมภารกิจครั้งนี้ปลอดภัย การค้นหาไม่มีอุปสรรค และให้ทำการค้นหาผู้สูญหายเจอ ก่อนที่จะนำเรือท้องแบนลงค้นหาผู้สูญหาย
เจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุก็พบตอไม้อยู่กลางเขื่อนตามที่คนขับเรือและญาติผู้สูญหายให้ข้อมูลจริง ซึ่งกู้ภัยฯ และชุดประดาน้ำกว่า 30 ชีวิตก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันลงงมค้นหารอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และอีกทีมก็แล่นเรือค้นหาเผื่อจะถูกคลื่นซัดแต่ก็ไร้วี่แวว กระทั่งผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง ยังไม่พบชาวกัมพูชาที่สูญหาย
จากการสอบถาม นายวิน เซาะเว็น อายุ 32 ปี หนึ่งในชาวกัมพูชาที่รอดชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนกับเพื่อนชาวกัมพูชาที่ขายรองเท้าอยู่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด้วยกันได้ชวนกันมาตกปลาที่เขื่อนลำนางรอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมาแล้ว 4-5 ครั้ง แต่ครั้งนี้น้องเขยซึ่งยังไม่เคยมาขอมาด้วย ก็มาด้วยกันรวมทั้งหมด 7 คน พอมาถึงก็ว่าจ้างเรือหางยาวทั้งหมด 4 ลำมีคนขับเรือพร้อม เพื่อพาไปตกปลาในเขื่อน ซึ่งลำของตนเองนั่งทั้งหมด 3 คน คือตน น้องเขยที่สูญหาย และคนขับเรือ แต่พอขับไปถึงกลางเขื่อนยังไม่ทันได้ปลาด้วยซ้ำเกิดลมกระโชกอย่างแรง และมีฝนตกด้วย คนขับเรือจึงรีบหันเรือเพื่อแล่นกลับเข้าฝั่ง
จังหวะที่กำลังแล่นตนมองเห็นตอไม้แล้วพยายามจะบอกคนขับเรือ แต่เนื่องจากเรือแล่นเร็วจึงเกิดชนกระแทกตอไม้ฝั่งที่น้องเขยนั่งจนเกือบพลิกคว่ำ ทำให้น้องเขยพลัดตกเรือ คนขับเรือจึงหันเรือกลับไปหา ก็พากันค้นหาอยู่สักพักแต่ก็ไม่เจอจึงได้กลับเข้าฝั่งมาขอความช่วยเหลือ
ขณะที่ นายแกรน เดชวารี อายุ 65 ปี ชาว ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย ซึ่งเป็นคนขับเรือลำที่เกิดเหตุ เล่าว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนให้มาขับเรือพาคนลงไปตกปลาในเขื่อนลำนางรอง ออกเรือตั้งแต่เช้ากระทั่งช่วงเที่ยงกว่าๆ กำลังจะนำเรือเข้าฝั่งเพื่อมากินข้าวเที่ยง ก็เกิดพายุลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนัก ตนจึงพยายามจะแล่นเรือกลับเข้าฝั่ง แต่ระหว่างทาง้กิดคลื่นแรงทำให้มองไม่เห็นตอไม้ ทำให้ข้างเรือกระแทกตอไม้จนเรือเอียงเกือบคว่ำ
ทำให้นายรีฮัว ชาวกัมพูชาที่นั่งอยู่ฝั่งที่เรือกระแทกตอไม้พลัดตกจากเรือ ตอนแรกก็ยังไม่จมยังเห็นลอยคออยู่จึงได้หันเรือจะกลับไปรับ แต่พอไปถึงก็ไม่เห็นแล้วคาดว่าน่าจะถูกคลื่นซัดจม แต่พากันหาต่ออยู่สักพักท่ามกลางฝนที่ตกแต่ก็ไม่เจอจึงตัดสินใจกลับเข้าฝั่งเพื่อมาแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ด้าน นายอิทธิ บุตรศรี นักประดาน้ำมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ ระบุว่า หลังได้รับการประสานจากสมาคมกู้ภัยโนนดินแดงว่ามีผู้สูญหายในเขื่อนลำนางรอง ได้จัดชุดปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายใต้น้ำ พร้อมอุปกรณ์มาร่วมค้นหาตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งอุปสรรคในการค้นหาคือน้ำค่อนข้างลึก 10-15 เมตรและมีคลื่นแรง ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่อำนวย ซึ่งผ่านไป 6 ชม.ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย แต่ยังทำการค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่มีลมพายุหรือฝนตกหนักก็มีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องยุติการค้นหา แล้วมาทำการค้นหาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น


