xs
xsm
sm
md
lg

เผยปมขัดแย้งลามร้องเรียนพฤติกรรมพระวัดดังเมืองปาย ชี้วันนี้ยังเป็นวัดร้างแต่นักท่องเที่ยวตรึม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แม่ฮ่องสอน – คณะสงฆ์-นอภ.ปาย ยุติศึกวัดดังเมืองปาย เบื้องต้นพบสถานะเป็นวัดร้าง แต่นักท่องเที่ยวตรึม-เงินบริจาคเข้า สั่งหยุดการก่อสร้างทุกอย่างจนกว่าขึ้นทะเบียนเป็นวัดสมบูรณ์ เผยปมขัดแย้งลามร้องเรียนพฤติกรรมพระสงฆ์ในวัด


หลังจากผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้าน ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พระครูอนุสาร ปุญญาคม เจ้าคณะอำเภอปาย และพระครูอนุสรณ์ จารุวรรณ เจ้าคณะตำบลเวียงเหนือ เจ้าอาวาสวัดแม่ปิง กล่าวหาว่าพระรูปหนึ่งของวัดพระธาตุแม่เย็น ต.แม่ฮี้ มีพฤติกรรมผิดพระธรรมวินัย หรือส่อไปในทางเสพเมถุนและพบว่ามีภาพจากวงจรปิดที่ต้องสงสัยว่าจะก่อเหตุลักทรัพย์ขึ้นภายในวัด จนลุกลามไปถึงประกาศปิดวัดและงดรับบริจาค หลังโดนท้วงติงว่าเป็นวัดร้างนั้น

ล่าสุด นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.ปาย ฝ่ายสงฆ์และชาวบ้านบ้านแม่เย็น หมู่ที่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย ได้ร่วมกันประชุมที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดพระธาตุแม่เย็น ตลอดบ่ายวันที่ 6 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา เพื่อหาทางออกจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

ระหว่างการประชุมร่วมกันนั้นชาวบ้านได้แยกออกเป็น 2 ฝ่าย และพยายามจะนำเสนอแนวทางหรือเหตุผลต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้นายอำเภอปายต้องคอยควบคุมการประชุม โดยทางฝ่ายชาวบ้านต้องการให้มีการสอบสวนถึงขั้นตอนต่างๆ อย่างโปร่งใส ครบทุกขั้นตอน รวมถึงการพิจารณายกฐานะของวัดจากวัดร้างให้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่ทางฝ่ายสงฆ์ก็เสนอให้พระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหาออกมาแสดงความจริงให้ปรากฏ ซึ่งทางคณะสงฆ์ของอำเภอปายได้เตรียมออกหนังสือแจ้งให้แสดงเจตนาที่จะรักษาพระพุทธศาสนา โดยจะให้เวลาดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

เนื่องจากแนวทางการสืบข่าวทราบว่าพระวิสาขะยังไม่ได้ลาสิกขาตามที่มีกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ และยังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ทางชาวบ้านเองได้รับทราบจากมติการดำเนินการแล้วและเห็นชอบในเบื้องต้น จึงได้แยกย้ายกันกลับในเวลาต่อมาพร้อมกับช่วยกันรื้อป้ายที่เป็นปัญหาออกไปจากวัดเรียบร้อยด้วย


นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอปาย กล่าวว่า ที่ต้องมาคุยกับชาวบ้านแม่เย็นหลักๆ มี 2 เรื่อง คือ เรื่องสถานะของวัด และเรื่องข่าวกรณีของพระภิกษุรูปหนึ่งที่เป็นปัญหา โดยชาวบ้านเองยังไม่เข้าใจว่าสถานะวัดร้างกับวัดที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าวัดมันไม่ได้เป็นไปโดยสภาพพื้นที่ แต่ต้องเป็นด้วยสถานะของวัด จนตอนนี้ชาวบ้านก็เข้าใจแล้ว แต่การพัฒนาสิ่งปลูกสร้างตอนนี้ต้องหยุดดำเนินการไว้ รอการแต่งตั้งให้เป็นวัดเสียก่อน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง

สำหรับเรื่องที่เป็นข่าวนั้น ทั้งเจ้าคณะอำเภอหรือญาติของพระภิกษุรูปนี้ก็เข้ามาร่วมประชุมด้วย ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการให้พระลาสิกขาจะได้จบสิ้นกระบวนการของพระไป ส่วนการละเมิดนำเอาภาพหรือคลิปวิดีโอไปเผยแพร่นั้นก็ต้องดำเนินการทางอาญากันต่อไป

ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านแคลงใจต่อการจัดการกับปัญหาด้านการเงินของวัดนั้น นายอำเภอปายบอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าจัดการ เพราะคณะกรรมการวัดมีการจัดตั้งกันมานานมาก ต่อไปหากสถานะเป็นวัดอย่างสมบูรณ์ ทางเจ้าอาวาสก็จะเข้ามาดำเนินการเองได้ทั้งหมด มีระบบการเงินที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้

“ด้วยสถานะของวัดวันนี้ทำได้เพียงการดูแลไปก่อน เพราะวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ได้รับความนิยมด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาเที่ยวชม ซึ่งหลังจากเกิดกระแสข่าวนั้นยังเชื่อมั่นว่าไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่ค่อยทราบเรื่องนี้และยังคงพบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ตามปกติ”

ด้านนางสาวจุไรรัตน์ กันทาสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่เย็นและเป็นผู้เข้ายื่นเรื่องต่อคณะสงฆ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังเข้ามาดำเนินการให้วัดมีสถานะที่ถูกต้อง ตอนนี้ทางคณะกรรมการที่ดูแลบริหารการเงินภายในวัดจากที่ชาวบ้านจัดตั้งกันขึ้นมาก็ต้องหยุดการก่อสร้างทุกอย่างเพื่อรอสถานะของวัดที่ถูกต้อง

กรณีที่ต้องดำเนินการต่อพระภิกษุตามข่าวนั้น ที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหาก็ได้ตักเตือนกันไปแล้วด้วยวาจา เพราะเห็นว่าเป็นลูกหลานในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งเรื่องของผู้หญิงที่เข้าไปในวัดยามวิกาล เรื่องการลวนลามที่เคยตักเตือนไป ซึ่งทางเราได้ยื่นเอกสารและหลักฐานต่างๆ ไปให้ทางเจ้าคณะอำเภอ เพราะเราได้ภาพที่ไม่สมควร ภาพที่ไม่เหมาะสมที่ทางโซเชียลฯ ได้เผยแพร่ และส่งมาให้กับทางผู้นำชุมชน ซึ่งก็ได้เข้าสู่การพิจารณาถึงความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้ทางต้นสังกัดได้ตรวจสอบดังกล่าว

รวมถึงกรณีของความเสียหายบนวัดที่เราพบว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายอาญา เพราะหลักฐานต่างๆ นั้นบางครั้งทางผู้นำหมู่บ้านก็ได้หลังจากที่เผยแพร่ออกไปแล้ว

ส่วนกล้องวงจรปิดนั้นเราได้มาตั้งแต่กรณีไฟไหม้วิหารหลังเก่าก็พบว่าสาเหตุมาจากอะไรก็มักจะพบภาพเหล่านี้ ขณะที่ภาพปัจจุบันก็ได้มาจากวิหารหลังใหม่ที่ไฟไม่ไหม้ เนื่องจากมีทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวหายไป เราก็ต้องนำเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ ซึ่งเราก็พบหลักฐานว่าทุกๆ ครั้งก็จะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

“คณะกรรมการวัดชุดปัจจุบันนี้ก็ต้องลาออกไปโดยปริยาย เพราะต้องรอการดำเนินการสถานะของวัดให้แล้วเสร็จเสียก่อน จะเหลือไว้เพียงคณะกรรมการบางคนที่ต้องดูแลการเงิน ส่วนเงินของวัดทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในธนาคาร ธ.ก.ส. และล่าสุดเงินวัดที่ได้มาราว 1.8 ล้านบาทนั้น เราได้สั่งจ่ายค่าไม้ตามแบบของการก่อสร้างวิหารใหม่ ซึ่งไม้ก็ต้องสั่งจากโรงงาน กระเบื้องก็สั่งจากบริษัท ตอนนี้เงินก็หมดไปแล้ว เหลือเพียงบางส่วนไว้ใช้จ่าย ที่จะมีบิลหรืองบดุลในการใช้เงิน เงินที่ได้จากการทำบุญที่มีผู้มีจิตศรัทธาโอนเข้าบัญชี หากใช้จ่ายอะไรไปก็จะมีสรุปทุกเดือน”

ขณะที่แม่ของพระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหา ยอมเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่าที่ผ่านมาทางกลุ่มผู้นำหมู่บ้านมักจะคอยเล่นงานพระอยู่เสมอ จนขึ้นโรงขึ้นศาล แม้จะขอเจรจากันก่อนหรือประนีประนอมกันก็ไม่ยอมรับฟัง คอยกลั่นแกล้งพระมาตลอด เมื่อเกิดเรื่องขึ้นครั้งนี้ตัวแม่เองก็แทบอยู่ไม่ได้ ไม่สบายใจ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เพราะเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วราว 6 ปีที่แล้ว ทำไมเรื่องเพิ่งจะมาแดงขึ้นเวลานี้ ช่วงที่ประจวบเหมาะกับที่ทางสำนักพุทธจะมาตรวจสอบการเงินหรือเรื่องต่างๆ ของวัด

“ที่ผ่านมาพระไม่เคยมีสิทธิ์ดำเนินการอะไรในวัดได้เลย ซึ่งจากการเข้าฟังในที่ประชุมวันนี้ทำไมมันตรงกันข้ามไปหมด ไม่มีความเป็นธรรมให้เลย จนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากที่กระแสข่าวสะพัดออกไปว่าพระลูกแม่ทำอย่างโน้นอย่างนี้ ทางบ้านก็โดนกระหน่ำอย่างหนัก แทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึ่งไม่น่าจะทำกันขนาดนี้ น่าจะตรวจสอบกันก่อน หากผิดก็คือผิด แต่กลับไม่ยอมฟังอะไรเลย”

แม่ของพระยังกล่าวต่ออีกว่า เข้าใจว่าตัวเขาเองนั้นใหญ่โตมากซึ่งก็เป็นแบบนี้มานาน เชื่อว่าน่าจะมาจากเรื่องของผลประโยชน์ แต่พระเองก็ไม่ได้เข้าไปขัดขวางอะไรเขาเลย มีแต่แม่นี่แหละที่หากพบความไม่ชอบมาพากลก็จะพูดตรงๆ เพราะถือว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน อีกอย่างวัดที่นี่ก็ถือว่ามีเรื่องของการเงินเข้ามาเพราะเป็นวัดที่อยู่ในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาที่ทางวัดได้รับกองผ้าป่ามา 1.8 ล้านบาท


“ช่วงนี้กระแสข่าวมาแรงมาก ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ร้องไห้.....ซึ่งข่าวที่เป็นภาพที่ไม่สมควรหลุดออกมานั้นแม่เองก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริง ไม่มีการตัดต่อใดๆ ก็จะให้พระสึกจากการเป็นพระและให้เรื่องต่างๆ มันจบไป ในทางกลับกันหากสอบสวนแล้วพระไม่ผิดจะทำอย่างไร เฉพาะตัวแม่เองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องแบบนี้ แม้กระทั่งเรื่องของกล้องวงจรปิดก็ดูแล้วต้องการจะจับผิดแต่พระเพียงรูปเดียว แม่ก็เคยขอแล้วว่าทำไมวงจรปิดไม่ให้ทางวัดได้ทราบบ้าง แต่กลับมีอยู่แต่ในมือของกรรมการวัด อยากจะถามว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ ดูได้จากผ้าป่าล้านกว่าบาทพระเองก็ไม่ได้จับเงินสักบาท แถมยังทำเหมือนไม่เห็นหัวพระด้วยซ้ำ เขามาถวายผ้าป่าก็จะมีกรรมการเอาไปเก็บหมด หากไม่เอาข่าวแบบนี้ออกมาโจมตีกันแม่ก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องเงินของทางวัดหรอก”

แม่พระที่ถูกกล่าวหาย้ำว่าตอนนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าผิดหรือถูกจากคณะสงฆ์เลยก็ทำกันแบบนี้แล้ว จากนี้ก็คิดว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ก็อยากให้พระลาสิกขาออกมาเสียจะได้จบเรื่องกัน ทางคณะสงฆ์และผู้หลักผู้ใหญ่จะได้ไม่ต้องเสียหายไปด้วย ถ้าผิดก็สึกหรือถ้าไม่ผิดก็จะอยู่ที่ไหนวัดไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับเข้ามาที่วัดนี้อีกแล้ว เพราะต่างคนต่างก็อึดอัดกันมากอยู่แล้ว