เชียงใหม่ - ยายวัย 82 ยังสู้ชีวิตแม้ไม่มีแหวกอกโนบรา เข็นรถจักรยานตระเวนขายขนมสอดไส้ ขนมกล้วย ตะโก้ และห่อหมกทั่วหมู่บ้านทั้งวันยันค่ำ หารายได้แบ่งเบาภาระลูกหลาน พร้อมแบ่งทำบุญและซื้อยารักษาโรคประจำตัว เผยทำมาขายตั้งแต่เป็นสาวอายุ 25 ปีจนถึงปัจจุบัน และขอทำต่อไม่หยุดจนกว่าจะหมดแรง
วันนี้ (24 พ.ย. 64) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ช่วงนี้ขณะที่กระแสโซเชียลมีเดียกรณีแม่ค้าสาวสวยสวมชุดแหวกหน้าอกและโนบราเปิดร้านขายขนมเนยกรอบโตเกียว ย่านเจ็ดยอด ในตัวเมืองเชียงใหม่ กำลังเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ส่งผลให้ลูกค้าทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันเข้าแถวต่อคิวยาวอุดหนุนจนทำขายแทบไม่ทัน ปรากฏว่าที่บริเวณศาลเจ้าพ่อประตูโขง ปากทางเข้าบ้านกู่แดง ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านที่ผ่านไปมามักจะพบเห็นหญิงชราคนหนึ่งพร้อมรถจักรยานที่มีตะกร้าเต็มไปด้วยขนมไทยนานาชนิดจอดขายอยู่ รวมทั้งเข็นรถจักรยานตระเวนไปทั่วหมู่บ้านอย่างแข็งขันเป็นประจำทุกวันทั้งๆ ที่สูงอายุมากแล้วและเดินไม่ค่อยสะดวก ซึ่งเป็นภาพที่ชาวบ้านเห็นกันจนชินตาและต่างชื่นชมหญิงชรารายนี้
จากการสอบถามทราบว่าหญิงชรารายนี้คือ “ยายเล็ก” หรือ นางสมเล็ก ช่างสาน อายุ 82 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 บ้านเหล่า ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเปิดเผยว่ามีอาชีพทำขนมไทยขายหลายชนิด ได้แก่ ขนมสอดไส้ ตะโก้ วุ้น กับขนมกล้วยที่ลูกสาวช่วยทำ รวมทั้งยังได้ทำห่อหมกปลา และห่อหมกไก่ขายด้วย ซึ่งขนมที่ทำขายนั้นทำมาตั้งแต่อายุ 25 ปี โดยเมื่อก่อนเคยเช่าบ้านและขายอยู่หลายพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาทางนักเรียนโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ที่ลำพูน รู้สึกสงสารยายที่ต้องเดินขาย จึงได้รวบรวมเงินซื้อจักรยานให้ใช้และได้นำมาด้วยเมื่อย้ายมาอยู่ที่บ้านเหล่าที่อยู่ปัจจุบันที่อาศัยอยู่กับลูกๆ หลานๆ รวม 6 คนด้วยกัน ทั้งนี้ ลูกสาวกับลูกเขยมีอาชีพเป็นช่างแอร์ ส่วนยายก็ยังทำขนมขายอยู่ ทุกช่วงบ่ายจะเข็นจักรยานนำขนมออกมาขายที่บริเวณศาลประตูโขง มีร้านกาแฟต๋าแจ้ง ที่มาเปิดร้านขายในบริเวณเดียวกัน เป็นลูกค้าประจำรับซื้อขนมไปขายคู่กับกาแฟ นอกจากนี้ยังมีลูกค้าคนอื่นๆ ที่ผ่านไปมาแวะซื้อด้วยเช่นกันในราคา 20 บาท
ทั้งนี้ ยายเล็กบอกด้วยว่า ลูกสาวเคยพูดเสมอว่าตัวเองอายุมากแล้วอยากให้พักผ่อน โดยหากเหนื่อยก็อยากให้หยุดขาย หากออกไปขายก็อย่ากลับบ้านมืดค่ำเพราะเป็นห่วงกลัวเป็นอันตรายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ตนบอกว่ายังทำได้และยังไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ อยากช่วยลูกทำมาหากินไปเรื่อยๆ เพื่อแบ่งเบาภาระในครอบครัว ส่วนเงินที่หามาได้เก็บไว้เป็นต้นทุนทำขนมขายวันต่อๆ ไป บางส่วนนำไปทำบุญและซื้อยารักษาโรคประจำตัวที่เป็นโลหิตจาง ซึ่งผู้ที่ผ่านไปมาสามารถแวะอุดหนุนขนมได้ช่วงบ่ายของทุกวันที่บริเวณศาลเจ้าพ่อประตูโขง ใต้ต้นฉำฉา


