xs
xsm
sm
md
lg

สุดทน ! ครูประถมเมืองสระแก้วโพสต์เฟซบุ๊กแฉคำสั่งแต่งตั้งเป็นหัวหน้าถึง 4 ฝ่ายแถมให้รักษาการณ์ ผอ.เหตุทั้ง รร.มีครูแค่ 2 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สระแก้ว – สุดทน ! ครูสาวเมืองสระแก้ว โพสต์เฟซบุ๊กแฉคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าถึง 4 ฝ่ายแถมรักษาการณ์ ผอ.เหตุทั้ง รร.เหลือครูที่เป็นข้าราชการเพียงคนเดียว และครูผู้ช่วยตำแหน่งธุรการที่ต้องดูแลเด็กเล็กตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6  

จากกรณีที่ครูสาวใน จ.สระแก้ว ได้โพสต์ภาพเอกสารคำสั่งโรงเรียนเรื่องการแต่งตั้งและมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ราชการของบุคลากรในภาคเรียนที่ 2/2564 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.วังน้ำเย็น โดยเป็นการแต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล, หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ, หัวหน้ากลุ่มบริหารงานงบประมาณ, และหัวหน้ากลุ่มบริหารงานทั่วไปให้กับเธอซึ่งเป็นข้าราชการในโรงเรียนเพียงคน

พร้อมระบุรายละเอียดว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้องเซ็นรับรองเอกสารทั้งหมด จนทำให้ครูสาวรายนี้ต้องระบุข้อความในโพสต์ดังกล่าวว่า “ เธอกำลังเอาขาข้างหนึ่งเข้าไปในคุก” ซึ่งภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ปรากฏว่าได้มีการแชร์ต่อและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการทำงานของหน่วยงานด้านการศึกษาของไทยและต้นสังกัดที่ดูเหมือนไร้ความรับผิดชอบนั้น


วันนี้ ( 15 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าวเพื่อพบกับ น.ส.พรพิมล (ขอสงวนนามสกุล) ตำแหน่งครูผู้ช่วย โครงการครูคืนถิ่นและเพิ่งได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการครูได้เพียง 1 ปี และปัจจุบันยังต้องรักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนและทุกตำแหน่งในโรงเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง 

 น.ส.พรพิมล ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้เหลือครูผู้สอนอยู่เพียง 2 คน คือตนเองและครูธุรการอีก 1 คนและมีนักเรียนที่อยู่ในการดูแลทั้งสิ้น 40 คน ซึ่งเดิมที่เดียวโรงเรียนแห่งนี้มีครูจำนวน 5 คนรวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ในช่วงที่ผ่านมาผู้อำนวยการโรงเรียน ได้มีการขอย้ายกลับภูมิลำเนาไปพร้อมกับครูผู้สอนอีก 1 คนทำให้เธอต้องรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการแทนเนื่องจากได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการเพียงคนเดียว

 โดยมี นายกล่ำ หาโกสีห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวังน้ำเย็นมิตรภาพที่ 179 ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มเครือข่าย ช่วยดูแลและให้คำปรึกษา





น.ส.พรพิมล ยังบอกอีกว่าหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกสังคมออนไลน์ ทำให้ครูที่เหลืออีก 1 คนประกาศลาออกจากอาชีพข้าราชการครู เพราะแบกรับภาระไม่ไหวจนทำให้ทั้งโรงเรียนเหลือเพียงตนเองและครูธุรการที่ทำหน้าที่ช่วยสอนวิชาอื่นๆ ซึ่งตนเองจะทำหน้าที่สอนภาษาไทย เป็นหลักเพราะจบเอกภาษาไทยโดยตรง

และในช่วงที่่เพิ่งเปิดการเรียนการสอนได้ 1 สัปดาห์ ตนเองได้ขอความช่วยเหลือไปยังครูที่เกษียณอายุราชการเมื่อเดือน ก.ย.ให้กลับมาช่วยสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในระดับ ป.5 และ ป.6



“ ตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะทิ้งเด็ก ป.1และ ป.2 ได้ทำให้บางครั้งก็รู้สึกท้อ แต่อย่างว่าโรงเรียนประถมฯ ครูจะต้องสอนได้ทุกวิชา ส่วนสาเหตุที่ต้องโพสต์เรื่องราวลงในโลกสังคมออนไลน์ เพราะไม่อยากทำตามคำสั่งตามหนังสือราชการที่ให้ตำแหน่งหัวหน้าถึง 4 ฝ่ายพร้อมกัน และเข้าใจว่าอยู่ในช่วงรอยต่อที่เขตพื้นที่การศึกษาจะจัดสรรคนมาช่วย และเมื่อทราบว่า สพป.หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 ได้เพิ่มอัตรากำลังคนมาให้ถึง 4 อัตราแล้วก็รู้สึกดีใจ”

น.ส.พรพิมล ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะต่อว่าหน่วยงานต้นสังกัดและยืนยันว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากสิ่งที่โพสต์ลงในโลกสังคมออนไลน์เพราะต้องการสะท้อนให้เห็นปัญหาว่าโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน


อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในโรงเรียนแห่งนี้ว่า ทางโรงเรียนยังคงจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1- ป.6 ตามปกติ ซึ่งตลอดทั้งวันมีทีมผู้บริหารจากโรงเรียนกลุ่มเครือข่าย เดินทางเข้าให้กำลังใจ น.ส.พรพิมล และครูภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

พร้อมรับปากว่าจะช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อแบ่งเบาภาระของครูที่เหลือหลังเปิดการเรียนการสอนแบบ On Site ได้เพียง 1 สัปดาห์