ฉะเชิงเทรา - เวรกรรม! ไม่ใช่คนดังอย่าหวังได้เมรุเผา สาวเมืองแปดริ้วร้องสื่อช่วยป่วยโควิด-19 ทั้งครอบครัวจนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล สุดท้ายแม่เสียชีวิตจึงต้องแจ้งผู้นำชุมชนช่วยจัดการศพ แต่กลับถูกวัดหลายแห่งปฏิเสธไม่ให้ใช้เมรุเผา วอนจังหวัดช่วยด่วน
วันนี้ (2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พัชมน ธนรุ่งวิทย์ อายุ 51 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการถูกวัดในพื้นที่ประมาณ 3-4 แห่งปฏิเสธไม่ให้นำศพผู้เป็นแม่ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 เพื่อทำการฌาปนกิจ
พร้อมบอกว่า ในครอบครัวของตนเองมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 4 คน ประกอบด้วย ตนเอง แม่ที่เสียชีวิต และน้องสาวอีก 2 คน ขณะที่หลานสาววัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือน ยังตรวจหาเชื้อไม่พบ
โดยสาเหตุของการติดเชื้อโควิด-19 เกิดจากน้องสาวคนสุดท้องอายุ 43 ปี ซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลเขต อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำเชื้อมาแพร่สู่คนในบ้านและหลังได้รับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์คนในครอบครัวได้เริ่มทยอยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว
ขณะที่ผู้เป็นมารดาคือ น.ส.แสงเงิน ธนรุ่งวิทย์ อายุ 76 ปี มีอาการหายใจเหนื่อยหอบจนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด กระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น.วานนี้ ทางครอบครัวได้รับแจ้งว่ามารดาเสียชีวิตแล้ว
ในขณะที่พวกตนนั้นยังไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ส่วนหลายสาววัย 2 ขวบเศษยังต้องถูกนำมาเลี้ยงในโรงพยาบาลเนื่องจากไม่มีใครดูแล จึงทำให้ไม่สามารถจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่มารดาได้ และได้ทำการร้องขอไปยังผู้นำชุมชนซึ่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าไข่ ให้ช่วยจัดพิธีศพให้มารดา
แต่ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีวัดใดยินยอมที่จะรับศพของผู้ป่วยโควิด-19 ไปจัดพิธีฌาปนกิจ จึงขอวิงวอนให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอข่าวเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานราชการยื่นมือให้การช่วยเหลือ เนื่องจากในครอบครัวของตนเองทุกคนยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกทั้งญาติพี่น้องยังอยู่ไกลถึง จ.สงขลา
และจากการสอบถามไปยัง นางอภิญญา เชื้อเงิน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าไข่ ได้รับการชี้แจงว่า หลังได้รับการร้องขอจากลูกบ้านได้พยายามติดต่อไปตามวัดต่างๆ ประมาณ 3-4 วัด แต่ไม่มีวัดใดยินยอมที่จะให้นำศพเข้าไปเผายังเมรุ
จึงอยากให้หน่วยงานระดับจังหวัดช่วยจัดหาสถานที่ไว้รองรับในส่วนของการจัดพิธีศพสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งอาจสนับสนุนในเรื่องการจัดสถานที่สำหรับเป็นเมรุกลางเพื่อจัดพิธีศพให้แก่ผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะ
เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีผู้ป่วยที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้อีกเป็นจำนวนมาก เพราะในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์การแพร่ระบาดยังรุนแรง และล่าสุดยังมีตัวเลขผู้ป่วยรวมสะสมตั้งแต่การแพร่ระบาดรอบแรกถึงปัจจุบันมากกว่า 327 รายแล้ว


