xs
xsm
sm
md
lg

ไม่รอด! รวบแล้ว “ประจักษ์” กับพวก แก๊งล่อซื้อกระทงเด็กรีดทรัพย์ เจอ 5 ข้อหาหนักคุก 5 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - รวบแล้ว! ประจักษ์กับพวก แก๊งล่อซื้อกระทงเด็กรีดทรัพย์ ทั้ง 3 คน ที่ขอนแก่น หลังศาลออกหมายจับเพียงไม่กี่ ชม. ก่อนหิ้วตัวมาสอบดำเนินคดีที่โคราช เผย 5 ข้อหาหนักโทษจำคุก 2-5 ปี พบปี 62 ประจักษ์แจ้งความเหยื่ออื้อ 90 คดี ไม่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทถึง 55 คดี

วันนี้ (26 พ.ย.) ความคืบหน้ากรณีศาลจังหวัดนครราชสีมาได้อนุมัติออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหา กลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์คดีล่อซื้อกระทงลายการ์ตูนดังและเรียกร้องทรัพย์สินกับเด็กหญิงอายุ 15 ปี ชาวโคราช ประกอบด้วย 1. นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี 2. นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี 3. น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์ อายุ 24 ปี ใน 5 ข้อหาหนัก คือ ร่วมกันทำเอกสารปลอม , ใช้เอกสารปลอม , ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงาน, แจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ในช่วงเช้าวันนี้ นั้น




ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 สามารถติดตามจับกุมตัว นายประจักษ์ โพธิผล พร้อม น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์และ นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร ได้ในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ขณะอยู่ระหว่างนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อสวบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งนับเป็นการจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็วภายหลังศาลออกหมายจับเพียงไม่กี่ชั่วโมง

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ซึ่งได้ ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคดีลิขสิทธิ์ที่กลุ่มของนายประจักษ์ ซึ่งได้ใช้ชื่อในนามกลุ่ม Bravo ที่เคยแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ พบว่า ในปี 2562 มีการแจ้งความที่ตรวจพบแล้วทั้งสิ้น 90 คดี ซึ่งได้ทำการสอบสวนบริษัทผู้มอบอำนาจเบื้องต้นทราบว่า ได้มอบอำนาจให้นายประจักษ์ เพียง 35 คดี ในคดีอีก 55 คดีที่ไม่ปรากฏการยืนยันของบริษัทผู้มอบอำนาจจะได้ตรวจสอบต่อไป หากพบการกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ก็จะดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนที่เคยถูกกลุ่มของนายประจักษ์ แจ้งความในคดีลิขสิทธิ์ ก็ขอให้ทุกท่านมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่เคยเป็นคดี




สำหรับอัตราโทษของผู้ต้องหา นั้น ข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อาญา ม.264 และ ม.268) , ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ทำให้ผู้อื่นเสียหาย จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อาญา ม.172) , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาฯ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อาญา ม.172) และ ข้อหากรรโชกทรัพย์ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (ป.อาญา ม.337)

เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่า ได้รับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก เด็กหญิงอายุ 15 ปี จริง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทาง ชี้จุดที่ทำการซื้อขายกระทงลายการ์ตูน ที่บริเวณ หน้าประตูชุมพล อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา



พล.ต.อ.ดร.วิระชัย  ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ






















Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...