xs
xsm
sm
md
lg

รวบสองผัวเมียกระชากสร้อยคอยายตู้ทองเคลื่อนที่ สารภาพเห็นแล้วอดใจไม่ไหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนองคาย - สองผัวเมียชาวโพนพิสัยกระชากสร้อยคอทองคำครูเกษียณหนัก 3 บาทนำไปขายแล้วซื้อทองคำเส้นใหม่เอาเงินส่วนต่าง บอกเห็นเหยื่อเป็นหญิงชราใส่ทองเส้นใหญ่ ยั้งใจไม่ไหวหวังหาเงินค่านมลูก ขณะที่ผู้เสียหายบอกทุกวันใส่ทองหนักกว่า 10 บาท

เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (25 พ.ย. 62) ที่ห้องสืบสวน สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย, พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย, พ.ต.ท.อดุลย์ ศรีทอง รอง ผกก.(สส.), พ.ต.ต.อัครเดช วงศ์โสภา สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายกิตติศักดิ์ เหล่าทวีโชค อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/3 หมู่ 5 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย และนางสาวกนกอร อินทร์เชื้อ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 6 ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 กศ 9535 อุดรธานี, สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น หนัก 50 สตางค์ 1 เส้น แหวน 1 สลึง 1 วง และเงินสด 4,900 บาท โดยทั้งสองคนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด

พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รอง ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันนี้ ได้รับแจ้งจากนางทัศนี สุวรรณทัพ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 หมู่ 13 บ้านจอมทอง ต.จุมพล อ.โพนพิสัย ครูบำนาญ ว่ามีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์กระชากสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท ขณะจะเปิดรั้วเข้าบ้าน แล้วหลบหนีไป พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนทำการตรวจสอบโดยเช็กจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง ก็พบรูปพรรณสัณฐานคนร้ายจนสามารถติดตามจับกุมทั้งสองคนได้ที่บ้านพักพร้อมของกลางทั้งหมด


จากการสอบสวนนายกิตติศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ช่วงเช้าขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนเพื่อจะนำพระมาปล่อยเช่าหาเงินค่านมลูกและใช้หนี้งวดรถจักรยานยนต์ โดยขี่รถไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย และได้เห็นนางทัศนี เป็นหญิงสูงวัยขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว แถมใส่สร้อยคอเส้นใหญ่ จึงอดใจไม่ไหวขี่รถตาม พอเห็นนางทัศนีจอดรถจักรยานยนต์ลงจากรถเดินไปเปิดรั้วบ้าน ตนก็ลงจากรถให้แฟนรออยู่บนรถ แล้วลงไปบิดสร้อยให้หักออกจากกันโดยไม่ได้กระชากเพราะเห็นว่าเหยื่อมีอายุมากแล้ว กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ หลังจากได้ทองแล้วก็รีบวิ่งขึ้นรถขี่กลับบ้าน เอะใจว่าจะเป็นทองแท้หรือไม่ จึงได้นำไฟมาลนก็พบว่าเป็นทองจริง จากนั้นได้เปลี่ยนเป็นใช้รถยนต์ขับมาตัวเมืองหนองคายไปที่ร้านทองแห่งหนึ่งนำทองไปขาย โดยอ้างกับร้านทองว่าทำทองขาด ได้เงิน 57,000 บาท และเพื่อให้แนบเนียนจึงได้ซื้อทองเส้นใหม่ เป็นสร้อยคอ 1 บาท 50 สตางค์ และแหวน 1 สลึง 1 วง มีเงินเหลืออีกส่วนหนึ่ง ก็ได้นำเงินไปใช้หนี้ส่วนหนึ่ง ซื้อนมให้ลูก และหวังจะเก็บทองไว้แปรสภาพเป็นเงินทุนเปิดร้านขายไก่ย่าง


ขณะที่นางทัศนี สุวรรณทัพ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปทำธุระหลายที่ในตัวอำเภอโพนพิสัยแล้วขี่รถกลับบ้าน จังหวะที่เปิดรั้วจะเข้าบ้านจู่ๆ ก็มีคนมาข้างหลังแล้วสร้อยคอก็หลุดไป ตนตกใจมากรีบร้องให้คนช่วย โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือเอาทองเส้นอื่นไปเพราะตนใส่ทองหลายเส้น ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวนทอง รวมแล้วกว่า 10 บาท หลังจากเกิดเหตุจะไม่ใส่ทองเต็มตัวอีกแล้วเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีกและต้องขอบคุณตำรวจที่ตามตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รอง ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง อย่าใส่ทองคำหรือเครื่องประดับมีมูลค่ามากจนเกินไปจนเป็นที่สะดุดตาของคนร้าย โดยเฉพาะผู้หญิงสูงวัยต้องระมัดระวังตัวให้มากเป็นพิเศษ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...