xs
xsm
sm
md
lg

วอนช่วย! ด.ช.วัย 15 ปี ชาวอุดรฯ ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ไม่มีเงินรักษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุดรธานี - ด.ช.วัย 15 ปี ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ยากจนพักอาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง มีรายได้จากรับจ้างทั่วไป หลังลูกชายล้มป่วยก็ขาดรายได้ ต้องเอาที่บ้านที่นาไปจำนองเพื่อพาลูกไปฟอกไตหมดไปแล้วกว่า 3 แสนบาท วอนผู้ใจบุญช่วยค่ารักษาต่อชีวิต

เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดมาด้อยโอกาสเพราะต้นทุนชีวิตต่ำ ฐานะครอบครัวยากจน ขัดสนแม้แต่เงินรักษาโรค กรณีของน้องศักดา กฤษคม อายุ 15 ปี ที่พักอาศัยอยู่กับแม่ตามมีตามเกิดในบ้านไม้ยกพื้นสูงสภาพเก่า บ้านเลขที่ 4 หมู่ 6 ถนนอุดร-หนองบัวลำภู ต.โคกสะอาด อ.เมืองอุดรธานี

“น้องศักดา” เพิ่งจบ ม.3 จากโรงเรียนนิคมสร้างตนเองเชียงพิณ 3 อ.เมืองฯ ไม่ได้เรียนต่อเพราะป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ทุกวันนี้นางโสพา สิงหราช อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่ต้องพานั่งรถประจำทางเข้ามาฟอกไตในตัวเมืองอุดรธานีอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

น้องศักดาตัดพ้อน้อยใจในวาสนาที่ไม่ได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนเพื่อนวัยเดียวกันเพราะถูกโรคร้ายคุกคาม เริ่มมีอาการตั้งแต่เรียนชั้น ม.1 เขาจำได้ว่ามีวันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีอาการปวดหัวมากจึงได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองวัวซอ หมอตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าความดันโลหิตสูง และไตทำงานหนัก จึงถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานี ต่อมาถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เนื่องจากที่โรงพยาบาลอุดรธานีตอนนั้นไม่มีเครื่องมือตรวจวินิจฉัย ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ทำการเจาะน้ำไขสันหลังตรวจและพบว่าตนป่วยเป็นโรคไตระยะที่ 4 ต้องคุมน้ำและอาหาร ตลอดเวลาเรียนจนจบชั้น ม.3

น้องศักดาบอกว่า เขาต้องฟอกไตเป็นประจำเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย คุณหมอย้ำว่าหากฟอกไตอาจอันตรายถึงชีวิตได้ หลังจากล้มป่วยก็ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ไม่สามารถช่วยงานที่บ้านได้ อย่างมากก็แค่ช่วยแม่ล้างจาน กวาดบ้าน

“เป็นไปได้ผมอยากได้อุปกรณ์ที่จะล้างและทำความสะอาดไตด้วยตนเองที่บ้าน เพราะอุปกรณ์ตัวนี้สามารถทำเองได้ที่บ้านและประหยัดค่าใช้จ่าย และหากสุขภาพดีตนก็อยากจะไปเรียนต่อ และที่สำคัญอยากหายเป็นปกติจะได้ช่วยแม่ทำงานหาเงินมาซื้อข้าวซื้ออาหาร” น้องศักดากล่าว และว่า หลังจากป่วยโรคไต ตนรู้ว่าแม่นำบ้านและที่ดินไปจำนองกับน้าสาวเพื่อนำเงินมารักษาตน รู้สึกว่าแม่ทุ่มเทให้กับตนมากเกินไป ถ้าแม่ไม่มีน้าสาว ตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่มาถึงทุกวันนี้หรือเปล่า แต่ก็ขอขอบคุณแม่ หากไม่มีแม่เราคงไม่มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้

นางโสพา สิงหราช แม่ของน้องศักดาเล่าเพิ่มเติมว่า ตนอาศัยที่บ้านหลังนี้กับลูกชาย 2 คน ส่วนสามีนั้นได้แยกทางกันไปนานแล้ว รับจ้างทั่วไปทำไร่ ทำนา ได้ค่าแรงรายวันๆ ละ 300 บาท ขณะนี้ลูกชายก็ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย งานที่เคยออกไปทำก็ไม่สามารถทำได้เหมือนแต่ก่อน ต้องคอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ต้องคอยพาลูกไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเทศบาลนครอุดรธานี สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกครั้งจะนั่งรถประจำทางเข้าไปรับการรักษา

แต่ละเดือนจะเสียค่ารักษาพยาบาลในการฟอกไตครั้งละ 1,500 บาท 1 เดือนจะฟอกไต 8 ครั้ง รวมแล้วต้องเสียเงิน 12,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าเดินทาง เงินออมที่เก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นก็นำออกมาเป็นค่ารักษาพยาบาลจนหมด ตอนนี้ต้องหยิบยืมจากคนรู้จักบ้างเพราะหาเงินไม่ทัน และตอนนี้ตนต้องนำบ้านและที่ดินไปจำนองไว้กับน้องสาวเพื่อที่จะนำเงินที่ได้มารักษาลูกชาย เวลาผ่านไป 2 ปี หมดค่ารักษาไปกว่า 3 แสนบาทแล้ว

“อยากวอนผู้มีจิตอันเป็นกุศลช่วยสนับสนุนค่ารักษาพยาบาล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้คนมีความรู้ช่วยเดินเรื่องในการปลูกถ่ายอวัยวะไตเพราะหมอบอกว่าลูกชายตนเองยังมีหวัง” นางโสพากล่าว

ด้านนางผ่องศรี ภูมินันท์ ครูโรงเรียนนิคมสร้างตนเองเชียงพิณ 3 เล่าว่า ตนเคยสอนนายศักดาในระดับชั้นประถมศึกษา หลังจบ ป.6 นายศักดาก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนอนุบาลหนองวัวซอ ทราบข่าวมาว่านายศักดาป่วยจึงเดินทางมาเยี่ยมและหาทางช่วยเหลือ เพราะครอบครัวนี้มีฐานะยากจน ที่สำคัญนายศักดานั้นเป็นเด็กเรียนดีมาก และชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือโรงเรียน อยากให้นายศักดาหายและมีโอกาสได้เรียนสูงๆ

นางผ่อนศรีกล่าวว่า ขอกราบวิงวอนผ่านสื่อมวลชนถึงผู้ใจบุญช่วยเมตตาสงสารช่วยเหลือค่ารักษาโรคไตให้ นายศักดาด้วย เพราะตอนนี้มีปัญหาค่าใช้จ่ายอย่างหนัก

สามารถสอบถามช่วยเหลือได้ที่เบอร์โทร. 080-760-0063 นางโสพา (แม่) หรือโอนเงินมาช่วยสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลได้ที่บัญชี นายศักดา กฤษคม หมายเลขบัญชี 6785-5-3729-0 ธนาคารกรุงไทย สาขานาดี