นครปฐม - ชาวบ้านรวมตัว ชี้แจงพร้อมส่งหนังสือคัดค้านการก่อสร้างสนามบินบางระกำ ในจังหวัดนครปฐม กว่า 3,500 ไร่ โดยยืนยันจะทำลายแหล่งทำกิน วัฒนธรรมและประเพณี รวมถึงพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่หลักที่รับน้ำไว้ครั้งเกิดอุทกภัยใหญ่เมื่อปี 54 หากการท่าเดินหน้าก่อสร้างก็จะต่อสู้อีก พร้อมระบุ ไม่มีในแผนพัฒนาจังหวัด 20 ปี ไม่มีในแผน 5 ปี ของการท่า สุดท้ายมาเกิดโครงการได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน พื้นที่ภาคกลาง ที่วัดสาละวัน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งเป็นโครงการที่สมาชิกวุฒิสภาให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจวุฒิสภาและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ พร้อมทั้งรับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ระดับอำเภอและจังหวัด องค์กรเอกชนในประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน กฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และสภาพปัญหาของประชาชน
ทั้งนี้ ได้มีกลุ่ม #savebangrakam นำโดยตัวแทนชาวบ้าน นายนันทวุฒิ อุ่นคำเรือน และ น.ส.ฐิติพร ฉิมมณี ผู้ประสานงานและแกนนำกลุ่ม #savebangrakam ยื่นหนังสือต่อคณะ ส.ว.พร้อมรายชื่อชาวบ้านผู้คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับโครงการสนามบินนครปฐม 1,000 รายชื่อ และได้นัดรวมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนโครงการทางด่วนมอเตอร์ บางใหญ่-กาญจนบุรี และกลุ่มสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครปฐม และกลุ่มองค์กรเครือข่ายลุ่มน้ำท่าจีน ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสนามบินนครปฐม โดยจะมีการยื่นหนังสือให้คณะ ส.ว.ที่เดินทางมาพบปะประชาชน
โดยกลุ่ม #savebangrakam ที่แสดงการไม่เห็นด้วยในการสร้างสนามบินที่จะมาสร้างที่บ้านบางระกำ ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน จะเสียโอกาสในการประกอบอาชีพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน อีกทั้งชุมชนที่อยู่กันแบบพี่น้องก็จะล่มสลายหายไป ชาวนา ชาวสวนได้นำผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวบ้านบางระกำได้ทำจริงๆ ในพื้นที่ เพื่อไปแสดงที่การจัดโครงการเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าผลผลิตจากชาวสวนบางระกำที่อยู่ในพื้นที่ 3,500 ไร่ ได้จัดทำผลิตภัณฑ์ใส่กระเช้าพืชผักสวนครัวเพื่อให้เห็นว่าผลผลิตที่ชาวนาชาวไร่ทำอยู่ในพื้นที่ทำมาหากินอยู่อย่างพอเพียง ตามนโยบายของรัฐและกระทรวงเกษตรฯ ที่จะทำให้ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรไทยเป็นครัวโลก
วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงร่วมยืนถือป้ายคัดค้านการสร้างสนามบินบ้านบางระกำ ส่วนประชาชนกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบหากมีการสร้างสนามบินที่บ้านบางระกำ โดยได้แสดงเจตนาว่าสถานที่ที่จะสร้างสนามบินแต่ละตำบล หมู่บ้านต่างมีวิถีชีวิตชุมชนอาศัยอยู่ร่วมกับแม่น้ำท่าจีนหลายชั่วอายุคน เปรียบเสมือนรากเหง้าของชุมชน อยู่แบบพึ่งพาอาศัย ฝากบ้าน ฝากเรือนกันได้ ซึ่งอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนตามวิถีชุมชน
ถ้ามีการสร้างสนามบินที่บ้านบางระกำ ชุมชนเขาเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหนกัน ญาติพี่น้องต้องแตกแยกออกไปคนละทิศละทาง ซึ่งทางชาวบ้านในพื้นที่บางระกำไม่ได้คัดค้านให้สร้างสนามบิน แต่ต้องการให้ทางการท่า ตรวจสอบหาพื้นที่ที่เหมาะสมกว่านี้ ที่มีบ้านเรือนประชาชนที่น้อยกว่า แต่ก็มีที่จะสร้างสนามบินแห่งใหม่อีกหลายแปลงที่การท่าอากาศยาน ได้มีการสำรวจเอาไว้เช่นกัน ซึ่งเหตุผลโครงการสร้างสนามบินนครปฐม ไม่ได้มีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีการพัฒนาจังหวัดนครปฐม และในแผน 5 ปี ของกรมท่าอากาศยานก็ไม่มี
หากโครงการนี้เกิดขึ้นใครทำร้ายชาวบางระกำ และผู้รับผลกระทบจะต้องรับอะไรต่อไปในอนาคต เพราะพื้นที่บางระกำเป็นพื้นที่ลุ่ม เหมาะแก่การทำเกษตร ทำไร่ ทำนา ถ้ามีการสร้างสนามบินก็อาจจะต้องถมดินที่สูงมากและอาจจะถมถนนสูงกว่าพื้นถ้าสูงขนาดนี้พื้นที่ใกล้เคียงต้องเป็นที่รับน้ำอย่างแน่นอน
จากนั้นตัวแทน นายนันทวุฒิ อุ่นคำเรือน และฐิติพร ฉิมณี ตัวแทนกลุ่ม #savebangrakam มอบหนังสือให้คณะ ส.ว. พร้อมทั้งมอบของที่ระลึกเป็นผลผลิตด้านเกษตรกรรมของชาวบ้านบางระกำในพื้นที่โครงการสนามบิน นครปฐม กลุ่ม #savebangrakam พร้อมรับฟังจาก พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล อดีตผู้ว่าฯ นครปฐม ได้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสนามบินให้ตัวแทนและชาวบ้านรับฟังพร้อมชี้นำแนวทางให้ชาวบ้านและทางกลุ่ม #savebangrakam ที่ร่วมกันต่อสู้กับโครงการสนามบินนครปฐมด้วยกันมา มีความหวังความมั่นใจในจุดหมายปลายทาง และกลับมามีรอยยิ้มกันอีกครั้งหลังจากรอยยิ้มของคนบางระกำหายไปนาน
นายนันทวุฒิ อุ่นคำเรือน ตัวแทนกลุ่มบางระกำบอกว่า หม่อมหลวงปนัดดาท่านเคยเป็นอดีตผู้ว่าฯ นครปฐม เคยทำงานให้ในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องแก้มลิงหม่อมหลวงปนัดดามาพื้นที่บางระกำท่านสืบสานคำสอนของ ร.๙ ท่านบอกการที่พื้นที่บริเวณตรงนี้เป็นแก้มลิงเมื่อปี 2554 เกิดอุทกภัย ที่ตรงนี้เป็นที่พักน้ำการที่จะมีสิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ มาสร้างบริเวณนี้เป็นอะไรที่ไม่สมควรและไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
พร้อมทั้งยังได้ขอบคุณผู้นำท่องถิ่นทุกคน ตลอดจนข้าราชการทุกคนและประชาชนคนนครปฐมที่มีความร่วมมือที่จะปกป้องมรดกและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีความคิดที่จะรักษาสิ่งที่มีอยู่ในอดีตและสืบสานกันต่อมาถึงปัจจุบันและต่อไปด้วย ซึ่งจากนี้ก็จะเดินหน้าต่อสู้เรื่องนี้ต่อไป รวมถึงดูท่าทีจากกรมท่าอากาศยานต่อไป